conjuring_ver3_xlg

บ็อกซ์ออฟฟิศสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ตรงกับงานคอมิคคอนอันมีผลกระทบคือแฟนหนังไม่เข้าไปดูหนังแต่เลือกจะไปลุยคอมิคคอนกัน (เกี่ยวหรือเปล่า?) ทำให้สัปดาห์นี้ดูเหงาๆ เป็นพิเศษ ซึ่งหนังที่ลงโรงฉายในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกประกอบไปด้วย RED 2, Turbo, R.I.P.D., The Conjuring ที่ต้องมาปะทะกับแชมป์สองสัปดาห์ซ้อนอย่าง Despicable Me 2 เอาล่ะครับมาดูกันใครทำเงินและสถิติอะไรไว้กันบ้าง..!!

อันดับ 1 เป็นหนังเข้าใหม่สำหรับ “The Conjuring” หนังเรื่องใหม่ของ เจมส์ วาน ที่มาพร้อมทุนสร้าง 20 ล้านพร้อมได้ลงโรงฉายไปกว่า 2,903 โรงฉายและเพียงแค่สัปดาห์แรกก็เรียกทุนคืนมาและสร้างกำไรได้เป็นผลสำเร็จด้วยรายรับเปิดตัวมากถึง 41.5 ล้าน! เรียกว่าเกินทุนสร้างไปเกินครึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนังฮิตเซอร์ไพรซ์ประจำซัมเมอร์นี้ได้ไม่ยากครับแถมเปิดตัวขนาดนี้มีแววได้อนุมัติภาคสองด้วยซ้ำ

ซึ่งจากการเปิดตัว 41.5 ล้าน ส่งให้ The Conjuring สร้างสถิติเป็นหนังทำเงินสูงสุดในสัปดาห์เปิดตัวของผู้กำกับ เจมส์ วาน เหนือ Saw (18 ล้าน), Insidious (13 ล้าน) ไปอย่างง่ายดายซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะครองสถิติได้นานหรือไม่เพราะในเดือนกันยายนเตรียมมี Insidious: Chapter 2 ออกฉายและก็ไม่รู้จะยืนยาวได้นานแค่ไหนเพราะในปีหน้าก็เตรียมมี Fast & Furious 7 ออกฉายต่อทันทีเรียกว่างานแน่นจริงๆ ผู้กำกับคนนี้

อันดับ 2 ตกมาจาก 1 สำหรับ “Despicable Me 2” เสียแชมป์จนได้ครับสำหรับหนังอนิเมชั่นภาคต่อสุดฮาเรื่องนี้หลังจากครองแชมป์มาสองสัปดาห์เต็มหนังเสียโรงฉายไป 183 โรงทำให้เหลือโรงฉาย 3,820 โรงซึ่งก็นับว่าเยอะอยู่และหนังทำรายรับไป 25 ล้าน! ซึ่งคิดเป็น 42.9% ที่หนังทำเงินตกลงมาจากสัปดาห์ก่อนซึ่งเมื่อรวมสามสัปดาห์ตอนนี้หนังเก็บไปกว่า 276 ล้านเฉพาะแค่ในอเมริกาเท่านั้น

เพราะหากนับรวมกับนอกบ้านอีก 308 ล้าน! ที่ทำมาในสัปดาห์นี้หนังก็เก็บทั่วโลกไปแล้วถึงกว่า 584 ล้าน!! จากทุนสร้าง 76 ล้านเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ Despicable Me 2 ก็เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 8 หนังอนิเมชั่นที่ทำเงินสูงสุดในอเมริกาเรียบร้อยแซงหน้าภาคก่อนของตัวเองเรียบร้อย ซึ่งนอกจากนี้ก็มีโอกาศแซง Monsters, Inc. (289 ล้าน) และ Up (293 ล้าน) ในอันดับที่ 5 ในสัปดาห์หน้าด้วยซ้ำ ต้องตามกันต่อ

อันดับ 3 เป็นหนังเข้าใหม่สำหรับ “Turbo” นับว่าเป็นหนังอนิเมชั่นที่เปิดตัวผิดคลาดมากพอสมควรหนังได้โรงฉายไป 3,806 โรงแต่หนังสามารถทำรายรับเปิดตัวไปได้เพียง 21.5 ล้านเท่านั้น แต่เมื่อรายรับตั้งแต่วันพฤหัสบดีหนังทำรายรับไป 31.2 ล้านเท่านั้น ซึ่งเหตุผลที่หนังดูจะไม่ฮิตคงเพราะการใช้ตัวนำเป็นหอยทากเนี่ยแหละที่ทำให้ไม่สามารถดึงดูดแฟนๆ ให้ไปดูได้มากเท่าที่ควร

ส่วนสถิติที่หนังทำไว้ซึ่งส่วนเป็นสถิติ ดรีมเวิร์ค ไม่อยากให้เป็นสถิติเท่าไรก็อาทิ เปิดตัวด้วยอันดับที่ 19 จากหนัง 27 เรื่องของดรีมเวิร์คซึ่งสถิติเปิดตัวยังแพ้ Rise of the Guardians (23 ล้าน) ด้วยซ้ำ แต่จริงๆ หนังก็มีโอกาศฮิตพอสมควรเพราะตอน Puss in Boots ก็เปิดตัวไม่น่าประทับใจเท่าไรด้วยรายรับเปิดตัวแค่ 34 ล้านก่อนไปปิดรายรับที่ 554 ล้านก็ตามต่อไป

อันดับที่ 4 ตกมาจาก 2 สำหรับ “Grown Ups 2” หนังฉายในสัปดาห์ที่สองและหนังทำรายรับตกลงเกินครึ่งกว่า 51.8% และทำไปได้ในสัปดาห์นี้ 20 ล้านพอดิบพอดีทำให้สองสัปดาห์หนังกวาดไปแล้ว 79 ล้านและทั่วโลกอีก 8.7 ล้านทำให้ยอดตอนนี้ของหนังอยู่ที่ 88 ล้าน และเกินทุนสร้างที่ 80 ล้านไปแล้วเรียบร้อยส่วนจะปิดแซงหน้าภาคแรกที่ทำไว้ 271 ล้านได้หรือไม่ต้องตามต่อเหมือนเดิม

อันดับที่ 5 เป็นหนังเข้าใหม่สำหรับ “RED 2” หนังภาคต่อรวมพลคนแก่หนังเปิดตัวด้วยโรงฉายไปกว่า 3,016 แต่สามารถทำรายรับเปิดตัวไป 18.5 ล้าน ซึ่งมองดูทุนสร้าง 84 ล้านช่างไกลแสนไกลแต่เชื่อว่าหนังจะทำเกินแน่และกำไรด้วยเพราะน่าจะมีตลาดโลกมาช่วยพอสมควร พูดถึงตลาดโลกหนังก็เก็บไปแล้ว 7.6 ล้านทำให้ยอดตอนนี้อยู่ที่ 26.1 ล้าน

มาดูทางด้านสถิติหนังเปิดตัวด้วยรายรับที่น้อยกว่าภาคแรกที่ทำไว้ 21 ล้านนิดหน่อยครับ แต่ RED เมื่อปี 2010 ฉายในช่วงปลายปีไม่ใช่ซัมเมอร์ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันไม่สูงเท่าอยู่แล้ว ด้านนักแสดง บรูซ วิลลิส ในปีนี้หนังเปิดตัวด้วยอันดับโหล่หนังในปีนี้ทั้งสามเรื่องของ บรูซ วิลลิส ทั้ง G.I. Joe: Retaliation (40 ล้าน) และ A Good Day to Die Hard (24 ล้าน) ภาคแรก RED ปิดไว้ 199 ล้านมาดูกันภาคนี้จะปิดเท่าไร

อันดับ 6 ตกมาจาก 3 สำหรับ “Pacific Rim” ไม่น่าเชื่อว่าในสัปดาห์นี้หนังจะได้โรงฉายมาเพิ่มอีก 10 โรงทำให้ทำให้ในสัปดาห์นี้หนังได้โรงฉายไปกว่า 3,285 โรงทำให้หนังสามารถทำรายรับในสัปดาห์นี้ไป 15.9 ล้าน ทำให้ยอดรวมในอเมริกาอยู่ที่ 68 ล้าน ซึ่งเกือบจะสวนทางกับตลาดโลกที่เก็บไป 110 ล้าน! ซึ่งรวมๆ แล้วหนังเก็บไปแล้ว 178 ล้านทั่วโลก! อย่างน้อยน่าจะเท่าทุน 190 ล้านได้ไม่ยากครับแต่จะกำไรขนาดไหนอันนี้ไม่รู้

อันดับ 7 เป็นหนังเข้าใหม่สำหรับ “R.I.P.D.” หนังเปิดตัวด้วยโรงฉาย 2,852 โรงซึ่งตัวหนังก็มีฟอร์มพอตัวแต่หนังพลาดในเรื่องโปรโมททำให้คนไม่สนใจเท่าไรทำให้ในสัปดาห์นี้หนังเก็บเงินเปิดตัวไปแค่ 12.7 ล้าน นับว่าน่าผิดหวังพอสมควรซึ่งด้านตลาดโลกหนังเก็บไปแค่ 6.8 ล้าน และน่าจะลำบากพอสมควรเพื่อให้เท่าทุนสร้าง 130 ล้าน

หนำซ้ำผู้กำกับ โรเบิร์ต ชเวคเก้ ที่ยอมทิ้ง RED 2 มากำกับ R.I.P.D. ที่ฉายชนกันยังเปิดตัวแพ้ด้วยซ้ำแถมด้านสถิติยังเปิดตัวน้อยกว่า The Time Traveler’s Wife (18 ล้าน) ด้วยซ้ำ ด้านนักแสดงสัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์น่าผิดหวังของ ไรอัน เรย์โนลด์ ที่หนังทั้งสองเรื่อง (R.I.P.D. กับ Turbo) เปิดตัวด้วยความน่าผิดหวังทั้งคู่ ส่วนปู่ เจฟฟ์ บริดเจส ที่ปีนี้เพิ่งมีหนังเรื่องนี้ฉายเป็นเรื่องแรก (และเรื่องเดียว) คงไม่มีอะไรให้พูดเยอะเท่า ไรอัน เรย์โนลด์

อันดับ 8 ตกมาจาก 4 สำหรับ “The Heat” หนังโดนลดโรงฉายเหลือแค่ 2,689 ทำให้ในสัปดาห์นี้หนังทำรายรับหลังฉายครบหนึ่งเดือนไป 9.3 ล้าน ทำให้ยอดรวมในอเมริกาอยู่ที่กว่า 129 ล้านจากทุนสร้าง 43 ล้าน, อันดับ 9 ตกมาจาก 7 สำหรับ “World War Z” หนังเหลือโรงฉายแค่ 2,066 โรงส่งให้หนังทำเงินไป 5.2 ล้าน ทำให้ยอดรวมในอเมริกาไป 186 ล้านในอเมริกาและทั่วโลกกว่า 456 ล้านแล้ว!!

อันดับ 10 ตกมาจาก 6 สำหรับ “Monsters University” หนังเหลือโรงฉายแค่ 2,186 โรงฉายทำให้หนังทำเงินไป 5 ล้านและทำให้ยอดรวมในอเมริกาอยู่ที่ 248 ล้าน และทั่วโลกกว่า 532 ล้าน กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของพิกซาร์ในอเมริกาในอันดับที่ 6 เรียบร้อย และ อันดับที่ 8 ในด้านของตลาดโลก ซึ่งในสัปดาห์หน้ามีโอกาศแซงสถิติอีกซึ่งคู่แข่งดันเป็น Monsters, Inc. (255 ล้าน) ในอเมริกาซะด้วย ส่วนในด้านตลาดโลกก็เพิ่งแซง Monsters, Inc. มาเหมือนกัน

ในสัปดาห์หน้าค่อนข้างชัวร์กว่า 99.99% ที่แชมป์จะตกเป็นของ The Wolverine หนังเดี่ยวของวูลฟ์เวอรีนแห่งทีมมนุษย์กลายพันธ์ ซึ่งในสัปดาห์หน้าไม่มีหนังฟอร์มบิ๊กมาแข่งเลย มีเพียงหนังเฉพาะกลุ่มอย่าง Blue Jasmine ของ วู้ดดี้ อัลเลน เปิดตัวพร้อมกันกับ The To Do List หนังวัยรุ่นเรท R ที่พร้อมเป็นคู่แข่งของพี่วูลฟ์ ยังไงซะเจอกันเหมือนเดิมสัปดาห์หน้า…

2013-07-21

 

Advertisements