monsters_university_ver9_xlg

สัปดาห์นี้ดูแล้วก็ไม่มีอะไรนักแต่มันเป็นสัปดาห์ที่ผ่านครึ่งปีของปี 2013 ซึ่งหนังเข้าใหม่เด่นๆ ก็ประกอบไปด้วย The Heat หนังตลกสุดซ่าของ แซนดร้า บูลล็อค และ เมลิซซ่า แม็คคาร์ทธี่ย์ และ White House Down หนังแอ็คชั่นถล่มทำเนียบขาวของ โรแลนด์ เอมเมอริช ซึ่งทั้งสองเรื่องต้องเจอกับบรรดาหนังที่ฉากมาก่อนอย่างแชมป์เก่า Monsters University หรือ World War Z รวมถึง Man of Steel มาดูกันเลยว่าใครทำเงินเท่าไรกันบ้าง..!!

อันดับ 1 ยังคงที่สำหรับ “Monsters University” หนังภาคต้นของ Monsters INC. หนังทำรายรับในสัปดาห์ที่สองของการฉายไป 46 ล้าน! ตกลงมาจากสัปดาห์ที่แล้วที่ทำไป 82 ล้านไม่ถึงครึ่งคิดเป็น 44% เท่านั้นในสัปดาห์ที่สองของการฉาย ซึ่งเมื่อรวมสองสัปดาห์ตัวหนังก็ทำรายรับไปแล้วในอเมริกากว่า 171 ล้าน! ทำให้หนังแซง A Bug’s Life ที่ทำไว้ 162 ล้านเมื่อปี 1998 หนังทำเงินสูงสุดรองสุดท้ายของพิกซาร์ในอเมริกาเรียบร้อย

และตัวหนังเองก็มีโอกาศแซง Cars 2 (191.4 ล้าน) และ Toy Story (191.7) รวมถึง Ratatouille (206 ล้าน) ในท็อปเท็นหนังทำเงินสูงสุดของพิกซาร์ในอเมริกาได้ไม่ยาก ส่วนทางด้านตลาดโลกทางด้าน Monsters University ทำไปแล้วกว่า 300 ล้าน!! แต่ยังคงเป็นอันดับสุดท้ายหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลกของพิกซาร์อยู่ซึ่งเป้าหมายที่จะพุ่งชนคงไม่พ้น Toy Story (362 ล้าน), A Bug’s Life (363 ล้าน), Cars (462 ล้าน) และ Toy Story 2 (485 ล้าน) ไปเป็นท็อปเท็นให้ได้

อันดับ 2 เป็นหนังเข้าใหม่สำหรับ “The Heat” หนังตลกเรื่องใหม่ของ แซนดร้า บูลล็อค และ เมลิซซ่า แม็คคาร์ทธี่ย์ หนังได้โรงฉายในสัปดาห์แรกไป 3,181 โรงน้อยกว่าทางด้าน Monsters University (4,004 โรง) อยู่พอตัวแต่กลับทำเงินในสัปดาห์แรกของการฉายไปไม่น้อยกว่า 40 ล้าน!! ซึ่งเมื่อดูทุนสร้างแค่ 43 ล้านงานนี้กำไรได้ไม่ยาก กลายเป็นหนังที่งานนี้ประสบความสำเร็จแน่นอนและอาจจะมีภาคต่อตามมาก็เป็นได้

ซึ่งสำหรับ 40 ล้านของ The Heat นี้ทำให้หนังเข้าไปอยู่ในอันดับที่ 2 หนังเปิดตัวสูงสุดของแม่สาวอวบ เมลิซซ่า แม็คคาร์ทธี่ย์ ในทันทีเป็นรองแค่ทางด้าน The Hangover Part III (41 ล้าน) เท่านั้น มากกว่าผลงานก่อนหน้าอย่าง Identity Thief (34 ล้าน) หรืองานแจ้งเกิดอย่าง Bridesmaids (26 ล้าน) ซะอีก แต่ทางด้านรายรับทั่วโลกต้องตามกันยาวๆ หากจะขึ้นไปทำเงินสูงสุดในเครดิตเพราะ The Hangover Part III ทำไว้แค่ 325 ล้านเท่านั้นเอง

แต่ที่น่าเซอร์ไพรซ์กว่าก็คือ The Heat กลายเป็นหนังที่เปิดตัวสูงสุดในเครดิตของ แซนดร้า บูลล็อค ซะงั้น ซึ่ง 40 ล้านของ The Heat ก็แซง The Blind Side (34 ล้าน) ซะงั้น ส่วนจะไปทำเงินสูงสุดในเครดิตได้หรือไม่ต้องตามต่อเพราะ Speed ทำไว้แค่ 350 ล้านเท่านั้น ส่วน พอล ฟีก ผู้กำกับก็เหมือน เมลิซซ่า แม็คคาร์ทธี่ย์ เพราะ The Heat กลายเป็นหนังเปิดตัวสูงสุดของตัวเองทันทีเพราะผลงานก่อนหน้าของ ฟีก ก็คือ Bridesmaids นั่นเอง

อันดับ 3 ตกมาจาก 2 สำหรับ “World War Z” หนังได้โรงฉายเท่าเดิมคือ 3,607 โรงและทำเงินในสัปดาห์นี้ไป 29 ล้านคิดเป็น 55.1% ที่หนังทำรายรับตกลงมาจากสัปดาห์แรก ทำให้ตอนนี้ World War Z ทำเงินในบ้านไปกว่า 123 ล้าน! และทั่วโลกหนังก็ทำไปกว่า 259 ล้าน!! เกินทุนสร้าง 190 ล้านไปอย่างสวยงามเปิดโอกาศมีภาคต่อแล้วเพราะอย่าลืมหนังเพิ่งจะฉายมาแค่สองสัปดาห์เท่านั้น!!

อันดับ 4 เป็นหนังเข้าใหม่สำหรับ “White House Down” หนังแอ็คชั่นถล่มทำเนียบขาวของ โรแลนด์ เอมเมอริช หนังได้โรงฉายในสัปดาห์แรกไปมากถึง 3,222 โรงแต่หนังกลับทำรายรับไปเพียงแค่ 25.7 ล้านเท่านั้น น้อยกว่ารายรับเปิดตัวของทางด้าน Olympus Has Fallen หนังแนวเดียวกันที่ฉายไปเมื่อต้นปีซะอีกเพราะด้านนั้นเปิดตัวไปถึง 30 ล้านเทียบกับทุนสร้าง 70 ล้านของ Olympus Has Fallen แล้วหนังมีแววรุ่งสดใสตั้งแต่ตอนนั้น

แต่ทางด้านทุนสร้างของ White House Down ที่มากถึง 150 ล้านแล้วหนังมีแววรุ่งริ่งซะตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว ซึ่งการเปิดตัว 25.7 ล้านของ White House Down ทำให้หนังเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 6 หนังเปิดตัวสูงสุดของ โรแลนด์ เอมเมอริช เป็นรอง The Day After Tomorrow (68 ล้าน), 2012 (65 ล้าน) และ Independence Day (50 ล้าน) อยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว อาการเริ่มน่าเป็นห่วงซะแล้วสำหรับ White House Down

ด้านนักแสดง White House Down เปิดตัวในอันดับที่ 8 ของหนังในเครดิตของ เจมี่ ฟ็อกซ์ (Valentine’s Day ทำไว้ 56 ล้าน) และ อันดับที่ 7 ของหนังในเครดิตของ แชนนิ่ง เททั่ม (G.I. Joe: The Rise of Cobra ทำไว้ 54 ล้าน), อันดับ 5 ตกมาจาก 3 สำหรับ “Man of Steel” อย่างที่รู้หนังทำลายสถิติตระกูลซูเปอร์แมนไปหมดเรียบร้อยไม่มีอะไรให้ต้องไปเปรียบเทียบทำให้หนังสบายๆ ทำเงินไปในสัปดาห์ที่สามไป 20 ล้าน

ทำให้ Man of Steel ทำเงินในอเมริกาไปแล้ว 248 ล้าน! และทั่วโลกถึง 520 ล้าน!! เกิน 500 ล้านจนได้ กลายเป็นหนังอันดับ 3 ทำเงินสูงสุดของ DC Comics ไปเรียบร้อย, อันดับ 6 ตกมาจาก 4 สำหรับ “This is the End” หนังทำเงินไปอีก 8.7 ล้านทำให้ยอดรวมในอเมริกาอยู่ที่ 74 ล้าน จากทุนสร้างแค่ 32 ล้านจนสตูดิโอประกาศไว้เรียบร้อยว่าภาคต่อมาแน่นอน!!

อันดับ 7 ตกมาจาก 5 สำหรับ “Now You See Me” หนังทำเงินในสัปดาห์ที่ห้าของการฉายไปอีก 5.5 ล้านทำให้ยอดรวมตอนนี้ของหนังในอเมริกาเก็บไปกว่า 104 ล้าน! จากทุนสร้าง 75 ล้านและหลังจากเริ่มฉายทั่วโลกไปในบางประเทศแล้วทำให้ยอดรวมทั่วโลกของหนังขยับมาเป็น 153 ล้าน! แต่หนังจะทำเงินมากกว่านี้เพราะจะเริ่มฉายใน อังกฤษ, เยอรมัน, สเปน, ฝรั่งเศษ ตั้งแต่เดือนหน้าแล้ว!

อันดับ 8 ตกมาจาก 6 สำหรับ “Fast & Furious 6” นี่ก็เหมือนทางด้าน Man of Steel ที่ทำลายสถิติของตระกูลตัวเองไปหมดแล้ว หนังลดโรงฉายมาเหลือแค่ 1,550 แต่หนังก็ทำเงินไป 2.4 ล้าน ทำให้ยอดรวมในอเมริกาอยู่ที่ 233 ล้าน!! และทางด้านตลาดโลกหนังก็เก็บไปแล้วกว่า 682 ล้าน!! มีโอกาศที่จะไปปิดที่ 700 ล้านได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

อันดับ 9 คงที่สำหรับ “Star Trek Into Darkness” นี่ก็เหมือนกับ Fast & Furious 6 ที่ทำลายสถิติไปหมดแล้ว อาจจะติดแค่หนังยังไม่แซงทำเงินสูงสุดในอเมริกาหนังเหลือโรงฉายแค่ 1,035 โรงทำให้หนังทำเงินไปแค่ 2 ล้านทำให้ตอนนี้หนังเก็บเงินในบ้านไปแล้ว 220 ล้าน! และทำเงินทั่วโลกไปแล้วกว่า 438 ล้าน!!, อันดับ 10 ตกมาจาก 8 สำหรับ “The Internship” หนังทำเงินในสัปดาห์นี้ไป 1.42 ล้าน ทำให้ยอดตอนนี้อยู่ที่ 41 ล้าน และทั่วโลกก็เก็บไปแล้ว 51 ล้าน

ก่อนปิดขอมาสรุปหลังผ่านครึ่งปีของปี 2013 หน่อยเอาอันแรกก่อนสำหรับหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาขอยกมาสักสามอันดับ เริ่มที่อันดับที่ 1 คงไม่ต้องบอกเลยว่าเป็น “Iron Man 3” ด้วยรายรับมากถึง 405 ล้าน!! จากทุนสร้างนิดๆ 200 ล้านเรียกว่ากำไรตั้งแต่อยู่ในบ้านด้วยสถิติเปิดตัวเป็นอันดับที่ 2 หนังเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลด้วยสถิติที่ 174 ล้าน! ตามหลัง Marvel’s The Avengers ที่ทำไว้ 207 ล้าน

ส่วนทางด้านอันดับ 2 ได้แก่ “Man of Steel” ที่ทำตอนนี้ไป 248 ล้าน หนังเองสร้างสถิติเป็นหนังเปิดตัวสูงสุดของเดือนมิถุนายนที่ 116 ล้าน! เรียกได้ว่าทั้งอันดับหนึ่งและสองเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั้งคู่ในครึ่งปีแรก ส่วนอันดับ 3 เป็นของ Oz: The Great and Powerful ที่ทำเงินครึ่งปีแรกไป 234 ล้านแต่หนังก็หยุดแค่นี้แน่นอนเพราะตัว DVD และ BD ก็ออกมาแล้ว

ส่วนทางด้านตลาดโลกอันดับที่ 1 ก็ไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร “Iron Man 3” ด้วยรายรับทั่วโลกกว่า 1,210 ล้านทำให้หนังเข้าไปอยู่ในอันดับที่ 5 หนังทำเงินสูงสุดตลอดการได้ไม่ยาก ส่วนอันดับที่ 2 ตกเป็นของ “Fast & Furious 6” ด้วยรายรับน้อยกว่า Iron Man 3 อยู่พอตัวหนังทำไว้ตอนนี้ 682 ล้าน ส่วนอันดับ 3 นี่เซอร์ไพรซ์เพราะดันเป็น “The Croods” ที่ทำไว้ 577 ล้าน!!

นั่นทำให้ในครึ่งปีแรก ดิสนี่ย์ คือสตูดิโอที่ทำเงินไปมากที่สุดกว่า 2,002 ล้าน! ด้วยหนังของสตูดิโอแม่อย่าง Oz: The Great and Powerful และสตูดิโอลูกอย่าง Iron Man 3 และ Monsters University และค่อนข้างแน่ที่เมื่อจบปีดิสนี่ย์จะเป็นสตูดิโอที่ทำเงินสูงสุดเพราะในครึ่งปีหลังจะตามมาด้วย The Lone Ranger, Planes, Thor: The Dark World, Frozen เป็นต้น..!!

สำหรับสัปดาห์เป็นสัปดาห์วันชาติของทางอเมริกาหนังที่เข้าฉายจะเข้าตั้งแต่วันพุธทำให้มีเวลาเก็บเงินแข่งกันเป็นเวลาห้าวัน!! ซึ่งหนังที่เข้าฉายในสัปดาห์หน้าก็เป็นหนังต่างแนวต่างฟอร์มแบบสุดๆ เรื่องแรกคือ The Lone Ranger หนังเอพิคผจญภัยบล็อคบัสเตอร์ของ จอห์นนี่ เด็ปป์ และเรื่องที่สองคือ Despicable Me 2 หนังอนิเมชั่นสุดฮิตซึ่งยังไม่ทันฉายในบ้านก็เก็บเงินไปแล้วทั่วโลกแล้วกว่า 50 ล้าน! สัปดาห์หน้าเจอกันเหมือนเดิม…

2013-06-30

 

Advertisements