red_dawn_ver3_xxlg

RED DAWN / หน่วยรบพันธุ์สายฟ้า

“แอ็คชั่นพันธ์ระห่ำที่ทำออกมาเหนือกว่าต้นฉบับพอสมควร”

     RED DAWN (อรุณเดือด) เมื่อปี 1984 ขึ้นชื่อว่าเป็นงานหนังที่คลาสสิคซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคลาสสิคตรงไหน เพราะทั้งการดำเนินเรื่อง, ที่มาที่ไป มันอืดอาดยึดยาดชักช้าและน่าเบื่อ แถมฉากแอ็คชั่นก็งั้น ปืนยิงแต่กระสุนออก แต่ผู้ร้ายตาย? จนทำให้นึกไปไกลว่านั้นปืนที่ไว้ทำสงครามหรือปืนของเล่นไว้ให้เด็กเล่น สรุปง่ายๆ คือ มันไม่สนุกและน่าเบื่อ หากใครเต็ม 10 คงได้ 5.5 เห็นแก่ความพยายามของนักแสดงทั้ง พาทริค ซเวย์ซี่, ชาร์ลี่ ชีน แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อสตูดิโออย่าง FilmDistrict กล้าที่จะเอาหนังสุดคลาสสิคเรื่องนั้นมารีเม๊คให้กับเข้ากับยุคสมัยใหม่ โดยได้นักแสดงโนเนม อย่าง คริส เฮมส์เวิร์ธ, จอช เพ็ค, จอช ฮัทเชอร์สัน, อิซาเบล ลูคัส, เอเดรียน พาลิคกี้ มารับบทนำในฐานะสมาชิกกลุ่มป้องกันตนเองนามว่า “WOLVERINES”

     แล้วมาบอกได้ไงว่าได้นักแสดงโนเนมมารับบททั้งๆ ที่นักแสดงเหล่านี้ก็ดังกันทั้งนั้น คริส เฮมส์เวิร์ธ (Star Trek, Thor, Marvel’s The Avengers), จอช เพ็ค (Ice Age 3-4), จอช ฮัทเชอร์สัน (Journey ทั้ง 2 ภาค, The Hunger Games), อิซาเบล ลูคัส (Transformers: Revenge of the Fallen, Immortal), เอเดรียน พาลิคกี้ (G.I. Joe: Retaliation) คำตอบมันคือยังงี้ครับหนังเรื่องนี้ตามความจริงหนังถ่ายทำเสร็จตั้งแต่ปี 2009 หรือก็คือเมื่อเกือบ 4 ปีก่อนซึ่งตอนนั้นนักแสดงเหล่านี้ยังไม่ดังครับซึ่งกว่าจะได้ฉายหลังจากถูกดองมานานนักแสดงเกือบทั้งหมดก็ดังเรียบร้อย ซึ่งหนังนั้นมาฉายในช่วงที่ คริส เฮมส์เวิร์ธ และ จอช ฮัทเชอร์สัน กำลังรุ่งพอดีทำให้หนังก็เกาะกระแสความดังของทั้งคู่ไปด้วย นอกจากนี้แล้วหนังยังมี คอนเนอร์ ครูซ ลูกชายบุญธรรมของ ทอม ครูซ นำแสดงด้วยครับ

red-dawn-image06

     ณ ตอนแรกเข้าใจว่าหนังเป็นหนังที่เป็นการรีเม๊คแบบฉากต่อฉากใส่อะไรที่ใหม่ๆ ที่ทำให้หนังดีขึ้นเข้ามา แต่ไปๆ มาๆ จะเรียกว่าหนังรีเม๊คไม่ได้ครับเพราะจริงๆ แล้วต้องเรียก RED DAWN ฉบับนี้ว่าเป็นการรีบู๊ตมากกว่าครับ คือ ตัวละครเดิม สถานที่เดิมๆ แต่เรื่องราวใหม่ ซึ่งเหมือนกับ The Amazing Spider-Man, Total Recall อะไรประมาณนี้ครับ ซึ่งจริงๆ จะเรียกว่ารีบู๊ตแบบเต็มปากเต็มคำก็ไม่ได้ทีเดียว เพราะเนื้อหามันยังมีอารมณ์คล้ายฉบับเก่าอยู่ แต่หากนับตอนจบของหนังที่เปลี่ยนโศกนาฏกรรมอะไรซักนิด สรุปเลยเราจะเรียกว่ามันว่าคือการรีบู๊ตครับ สรุปแล้วมันคือการรีบู๊ต เพราะนอกจากตอนจบของหนัง ยังเปลี่ยนกลุ่มผู้ร้ายจากจีนมาเป็น “เกาหลีเหนือ” ด้วยครับ

     หากการเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบงานต้นฉบับแล้วงานนี้ดูถ้า RED DAWN ฉบับปี 2012 ดูจะได้ใจคนดูไปแบบเต็มๆ ครับ เพราะจากงานต้นฉบับที่ช้าเนิบนาบ จนสติจะแตกเพราะหนังไปตั้งไกลแต่ตัวละครก็จมปลักอยู่ที่เดิม แต่กับฉบับนี้อะไรที่ช้าๆ นั้นหนังเรียกได้ว่าหนังรีบู๊ตจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว เพราะหนังฉบับนี้ดำเนินเรื่องได้รวดเร็ว ไม่มามั่วมาเสียเวลากับการฝึกซ้อมของแก๊งค์วูลฟ์เวอรีนส์เลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องอยู่บนเขาเป็นชาติเหมือนต้นฉบับ แต่ลุยกับเกาหลีเหนือตรงๆ เรียกได้ว่าหนังฉบับนี้ทำออกมาได้ดูสนุกและมันส์สะใจวัยรุ่นเป็นอย่างมาก

     อีกทั้งหนังฉบับใหม่นี้ยังมีความสมจริง ความดุดัน ความดิบเถื่อน ที่ก่อเกิดให้คนดูมีอารมณ์ต่อส่วนแอ็คชั่นท้ายเรื่องพอสมควร แต่เห็นอย่างเดียวที่งานฉบับนี้จะสู้ฉบับปี 1984 ไม่ได้คงเป็นแค่อย่างเดียวนั้นก็คือความสัมพันธ์ความรักของพี่น้องที่ในฉบับเดิมหนังมีเวลาให้ปูส่วนตรงนี้มากเป็นพิเศษทำให้ส่วนตรงนั้นทำออกมาได้ดีเป็นพิเศษ แต่กับฉบับนี้หนังมีเวลาของ 2 พี่น้อง เฉลี่ยยังไม่ถึง 5 นาทีคงไม้ต้องถามเลยว่าความสัมพันธ์พี่น้องในช่วงท้ายของฉบับนี้มันดูไม่น่าเชื่อถือซักเท่าไร อีกอย่างที่หนังฉบับนี้ทำได้ไม่ดีเท่าคงจะเป็นความหมายของคำว่าชาติครับ ฉบับเก่าพยายามที่จะเล่าในส่วนตรงนี้มากเป็นพิเศษ แต่ในฉบับนี้เท่าที่ดู ดูเหมือนจะไม่ได้เล่าตรงนี้ซักเท่าไร เพราะไปเล่าความแน่นแฟ้นของคนในพื้นที่ ความแข็งแกร่งของคนในพื้นที่ ซะมากกว่า, อีกอย่างที่เด่นเลยคือตัวร้ายมันไม่อ่อนครับ โดยเฉพาะผู้กองโช (วิล ยูน ลี) ที่เป็นตัวร้ายที่ไม่ธรรมดา

red-dawn-image03

     อีกอย่างเลยละมั้งที่หนังคงมีอะไรจะสื่อแต่กลับไม่มีเวลาสื่อได้เพราะหนังมีเวลาแค่ 93 นาทีเท่านั้นตัดฉากเปิดเรื่องกับเอนด์เครดิตก็มีเวลาอยู่ประมาณ 80 กว่านาทีเท่านั้นหนังเลยมีอะไรจะเล่าจะสื่อแต่กลับไม่ได้สื่อซึ่งเชื่อว่าหากหนังมีเวลาเพิ่มอีกประมาณ 10-15 นาทีผมเชื่อว่าการเล่าสัมพันธ์พี่น้องจะทำออกมาได้ดีกว่านี้หลายเท่าตัวครับ เพราะงานต้นฉบับมีเวลาตั้ง 114 นาที!! แต่ก็ต้องปรบมือให้กับความพยายามของทีมเขียนบทที่มีเวลาเท่านี้แต่ก็ยังใส่เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ของพี่น้องเข้ามาได้ แม้มันจะไม่มาก แต่ก็ทำออกมาพอไปวัดไปวาได้ ต้องขอชื่นชมทีมงานจริงๆ เลย นอกจากนี้สิ่งที่ดีอีกอย่างคือที่มาที่ไปของตัวละคร ที่เปลี่ยนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งตัวละครสาวๆ ในเรื่อง หรือกลุ่มทหารในเรื่อง

     อีกอย่างเลยที่หนังยกระดับคือมิติของตัวละครอย่าง เจด เอ็คเคิร์ท ของ คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่ต้นฉบับได้ แพทริค ซเวย์ซี่ รับบทไว้ที่เปลี่ยนตัวละครให้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความเป็นผู้นำมากขึ้น แข็งแกร่งมากขึ้น หรือตัวละคร แม็ตต์ เอ็คเคิร์ท ที่ได้ จอช เพ็ค รับบทที่ในต้นฉบับได้ ชาร์ลี่ ชีน มานำแสดงที่ในฉบับนี้เปลี่ยนตัวละครให้มีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น มีความกบฏมากขึ้น มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น หรือตัวละคร โรเบิร์ต คิทเนอร์ ที่ได้ จอช ฮัทเชอร์สัน ก็มีความกวนตีน มีความซ่ามากขึ้น และตัวละครสาวๆ ในเรื่อง ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นโดยเฉพาะตัว โทนี่ (เอเดรียน พาลิคกี้) ที่มีความเก่งไม่แพ้ผู้ชายกันเลยทีเดียว

     ส่วนฉากแอ็คชั่นต้องเรียกว่านี่คือหนังแอ็คชั่น Non-Stop ของแท้เพราะเมื่อถึงเวลาลุยหนังมันก็ลุยจริงๆ และที่สำคัญกระสุนมันดูเป็นของจริง ดูเป็นลูกบ้า เอามันส์ที่ดูเหมือนเอามาแก้จุดบกพร่องที่ต้นฉบับทำไว้อะไรประมาณนี้ แต่ก็เสียดายหนังมันไม่ทำเงินทั้งๆ ที่หากทำเงินเราคงได้เห็นภาคต่อกันไปแล้ว ดังนั้นสำหรับ RED DAWN ฉบับปี 2012 เป็นหนัง “รีบู๊ตที่ทำออกมาเพื่อกลบจุดผิดพลาดทั้งหลายที่ต้นฉบับทำไว้ ใส่ความเรียล ความสมจริง และยกระดับตัวละครให้มากขึ้น ดูเข้ากับยุคสมัยและสถานะอายุของตัวเอง (ในเรื่อง) เปลี่ยนฉากแอ็คชั่นธรรมดาของต้นฉบับให้เป็นงานแอ็คชั่นสะใจ แม้หนังจะมีเวลาน้อยแต่ก็ทำออกมาได้ดีเท่าที่สิ่งต่างๆ จะเอื้ออำนวยให้”

Red-Dawn-poster

 

ความยาวทั้งหมด 93 นาที
มันส์ได้ใจเอาไปเลย 8/10

 

กำกับ: แดน แบรดลี่ย์ / เขียนบท: คาร์ล เอลล์เวิร์ธ, เจเรมี่ พาสส์มอร์ / นักแสดง: คริส เฮมส์เวิร์ธ, จอช เพ็ค, จอช ฮัทเชอร์สัน, อิซาเบล ลูคัส, เอเดรียน พาลิคกี้, คอนเนอร์ ครูซ, วิล ยูน ลี / กำกับภาพ: มิทเชลล์ อามุนด์เซ่น / ลำดับภาพ: ริชาร์ด เพียร์สัน / ดนตรีประกอบ: รามิน ดาวาดี / 2012 / สหรัฐอเมริกา / 93 นาที / จัดจำหน่าย: โอเพ่น โร้ด ฟิลม์ / สตูดิโอผู้สร้าง: ฟิลม์ดิสตริค, คอนทร้าฟิลม์

 

โฆษณา