gijoe0922G.I. JOE: THE RISE OF COBRA / จี.ไอ.โจ สงครามพิฆาตคอบร้าทมิฬ

“แอ็คชั่น!, แอ็คชั่น!, แอ็คชั่น!, แอ็คชั่น! และ แอ็คชั่น! และสำคัญอย่าสนใจเนื้อเรื่อง!!”

     G.I. Joe หนึ่งในของเล่นสุดฮิตจาก Hasbro เจ้าของเดียวกันกับ Transformers คือของเล่นที่เด็กชายทั่วโลกเคยผ่านมือกันมาแล้วกับของเล่นที่ว่าถึงหน่วยรวมทหารนามว่า “G.I. Joe” ที่ต้องต่อสู่กับศัตรูนามว่า “Cobra” จนของเล่นตระกูลนี้ถูกนำไปดัดแปลงทั้ง หนังสือการ์ตูนของทาง Marvel Comics, อนิเมชั่นฉายทางโทรทัศน์ หรือแม้แต่ ภาพยนตร์อนิเมชั่น!! แต่สิ่งเดียวที่ G.I. Joe ยังไม่มีก็คือภาพยนตร์ในรูปแบบคนแสดง!! ในปี 2009 พาราเมาท์ พิคเจอร์ และ ลอเรนโซ่ ดิ โบนาเวนตูร่า ที่เพิ่งประสบความสำเร็จมโหฬารไปกับของเล่นของทาง Hasbro อย่าง Transformers ก็ได้ติดต่อขอซื้อลิขสิทธ์และไปทำเป็นภาพยนตร์คนแสดง โดยได้ สจวร์ต บีตตี้, เดวิด เอลเลียต, พอล โลเว็ตต์ มาเป็นผู้เขียนบทให้แก่หนัง

     โดยหนังได้ “สตีเฟ่น ซอมเมอร์” ผู้กำกับหนังครอบครัวสุดฮิตอย่าง The Mummy, The Mummy Returns หรือหนังแอ็คชั่นอย่าง Van Helsing มาเป็นผู้กำกับให้แก่หนัง พร้อมได้ทีมนักแสดงอย่าง แชนนิ่ง เททั่ม และ มาร์ลอน วายานส์ รวมถึง ราเชล นิโคลส์, เซียนน่า มิลเลอร์, เรย์ ปาร์ค, เดนนิส เควด, โจเซฟ กอร์ดอน-ลิววิทท์, อี บย็อง-ฮุน มาเป็นกองทัพนักแสดง และได้เปิดตัวฉายในอเมริกาในวันที่ 7 สิงหาคม 2009 ผลปรากฏที่ออกมาก็คือหนังประสบความสำเร็จแบบเจียนอยู่เจียนไปกับทุนสร้าง 175 ล้านแต่ปิดรายรับทั้งหมดแค่ที่ 302 ล้าน ยังดีที่ได้ยอดขายของเล่นมาช่วยชีวิตไว้โอกาศภาคต่อยังไม่หายไป!!

     สำหรับ “G.I. Joe: The Rise of Cobra” ในที่นี้จะว่าด้วยเรื่องราวของ “ทหารอเมริกาสองนาย ดุ๊ค (แชนนิ่ง เททั่ม) และ ริปคอร์ด (มาร์ลอน วายานส์) ที่มีหน้าที่ต้องขนส่งอาวุธนาโนเทคที่มีประสิทธิภาพแรงสูงสามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ของบริษัท M.A.R.S. (Military Armaments Research Syndicate) แต่ระหว่างการขนส่งกลุ่มพวกเขาถูกโจมตีจากกลุ่มที่มีชื่อว่า COBRA แต่ก็มีกลุ่มทหารที่มีอาวุธไฮเทคมาช่วยไว้โดยกลุ่มนี้มีชื่อว่า G.I. JOE ซึ่งหลังจากที่ถูกช่วยไว้ได้ทั้งสองก็ได้เข้ากลุ่ม G.I. Joe แต่ไม่นานนักหลังจากยุทโธปกรณ์รบที่มีอำนาจการทำลายล้างรุนแรงที่สุดในโลกถูกขโมยไป เหล่า จี.ไอ.โจ ต้องออกปฏิบัติการณ์แข่งกับเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้คอบร้าใช้อาวุธนั้นทำลายโลก!!”

gi_joe67

     “ภารกิจไหนที่ใครทำไม่สำเร็จ…แต่พวกเขา ไม่เคยพลาด” นี่คือคำโปรยของหนังที่แปะอยู่บนโปสเตอร์ของหนังซึ่งแสดงออกชัดเจนว่าหนังมันจะต้องโอเวอร์ขนาดไหน และก็โอเวอร์ตามที่หวังไว้ซะได้ ซึ่งหนังก็โอเวอร์ตามสไตล์ สตีเฟ่น ซอมเมอร์ แบบจัดหนักจริงๆ แต่ก็ได้แค่โอเวอร์เกินไปเท่านั้นเพราะในส่วนของเนื้อหา, การดำเนินเรื่อง, การเล่าเรื่อง หรือแม้ตัวบทภาพยนตร์เป็นอะไรที่พื้นๆ ธรรมดามากๆ ไม่มีจุดสนใจที่จะดึงอารมณ์ร่วมมากเท่าที่ควร หนังมุ่งเน้นไปข้างหน้าอย่างเดียว ใช่ครับ! ถึงแม้หนังจะมีย้อนอดีตไปเล่าเรื่องของตัวละครอยู่บ้างแต่ถ้าไม่ใส่มาก็ไม่จำเป็นจริงๆ ต่อตัวเนื้อเรื่องเท่าไร จุดหักมุมที่ควรจะเป็นก็ดันเป็นอะไรที่ธรรมดามากๆ มากถึงมากที่สุด

    ส่วนด้านแอ็คชั่นจะเรียกได้ว่าเป็นหนังแอ็คชั่นสุดสำเร็จก็ว่าได้เพราะหนังเน้นที่ฉากแอ็คชั่นมากกว่าตัวบทและการดำเนินเรื่องจริงๆ ก็ว่าได้ซึ่งถือว่าหนังทำฉากแอ็คชั่นออกมาได้ดีและสนุกพอสมควรแต่ก็ไม่ได้สนุกจนลุ้นกับตัวเรื่องมากนักโดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นสุดท้ายที่ควรเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่แต่หนังกลับทำได้แค่นั้น อะไรแค่นั้นเองเหรอ หลายคนคงคิดแบบนั้น ทั้งที่ฉากแอ็คชั่นกลางเรื่องถือเป็นอะไรที่สนุกที่สุดแล้วในความคิด เพราะทุกอย่างทั้งฉากและอารมณ์ความสนุกในฉากนั้นส่งให้แล้ว ซึ่งพอฉากแอ็คชั่นนี้จบ ความคาดหวังพุ่งตรงไปที่ฉากสุดท้ายแต่ก็อย่างที่บอกทำได้แค่นั้นเองเหรอ? เป็นจุดที่ทำให้น่าเสียดายเป็นอย่างมากครับ

     ซึ่งเมื่อดูจากฉากแอ็คชั่นของหนังแล้วก็ยังคงไม่ทิ้งลายเซ็นแบบเดิมๆ ของผู้กำกับซอมเมอร์ไว้เหมือนอย่างใน The Mummy, The Mummy Returns, Van Helsing ซึ่งทั้งฉากแอ็คชั่นดีและโดดเด่นและการดำเนินเรื่องของหนังก็สนุก ซึ่งกับ The Rise of Cobra หนังเอามาแค่ส่วนสนุกในฉากแอ็คชั่นเพียงเท่านั้นแถมหยิบมาได้ไม่เต็มอีกตั้งหาก ถือเป็นความน่าผิดหวังกับหนังฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ โปรดัคชั่นอลังการขนาดนี้ ซึ่งโทษใครไม่ได้นอกจากตัวบทจริงๆ ครับ แม้จะได้ผู้กำกับชั้นเยี่ยมมากำกับแต่หากบทไม่ดีผู้กำกับก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ

     แต่ข้อดีอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อหนังที่ได้ สตีเฟ่น ซอมเมอร์ มากำกับก็คือการได้ดาราดังคู่บุญอย่าง เบรนแดน เฟรเซอร์ มาเป็นแขกรับเชิญในบท จ่าสโตน หากใครไม่สังเกตคงไม่เห็นแน่ครับ เพราะแม้แต่เครดิตก็ไม่มีชื่อของเฟรเซอร์, ซึ่งหากไม่นับตัวบทหรือฉากแอ็คชั่นแล้วสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นจริงๆ ของเรื่องคือดาราครับแต่ไม่ใช่ดาราชายที่ยกขโยงมากันเป็นกองทัพ แต่เป็นสองนักแสดงสาวอย่าง เซียนน่า มิลเลอร์ และ ราเชล นิโคลส์ ที่มาเป็นตัวดึงดูดสายตาหนุ่มๆ ให้จดจ่อกับหนังได้

     G.I. JOE: THE RISE OF THE COBRA เป็นหนังแอ็คชั่นสูตรสำเร็จที่มีองค์ประกอบให้เล่นเยอะแต่หนังกลับไม่สามารถเอามาเล่นได้ แต่ยังโชคดีที่ในบางช่วงฉากแอ็คชั่นหนังหยิบเอามาเล่นได้แบบยากลำบาก แต่ก็พอลื่นไหลไปได้ และลื่นไหลไปจนจบเรื่องจริงๆ

gi_joe48

ความยาวทั้งหมด 118 นาที
สนุกบ้างกับฉากแอ็คชั่นพอประมาณเอาไป 6.5/10

กำกับ: สตีเฟ่น ซอมเมอร์ / เขียนบท: สจ๊วร์ต บีตตี้, เดวิด เอลเลียต, พอล โลเว็ตต์ / นักแสดง: แชนนิ่ง เททั่ม, มาร์ลอน วายานส์ รวมถึง ราเชล นิโคลส์, เซียนน่า มิลเลอร์, เรย์ ปาร์ค, เดนนิส เควด, โจเซฟ กอร์ดอน-ลิววิทท์, อี บย็อง-ฮุน / กำกับภาพ: มิตเชลล์ อามุนด์เซ่น / ลำดับภาพ: บ็อบ ดัคเซย์, จิม เมย์ / ดนตรีประกอบ: อลัน ซิสเวสตรี / 2009 / สหรัฐอเมริกา / 118 นาที / จัดจำหน่าย: พาราเมาท์ พิคเจอร์ / สตูดิโอผู้สร้าง: สปายกลาส เอนเตอร์เทนเมนท์, แฮสโบร, ดิ โบนาเวนตูร่า พิคเจอร์

โฆษณา