star_trek_xi_ver18_xlg

STAR TREK / สตาร์ เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล

“อภิมหาความบันเทิงสำหรับคุณ แม้คุณจะไม่เคยชม สตาร์ เทรค ภาคใดมาก่อน!!”

      “อวกาศ, พรมแดนด่านสุดท้าย นี่คือการเดินทางของยานอวกาศ “เอนเตอร์ไพรซ์” ภารกิจของยานคือ การสำรวจโลกใหม่ ค้นหารูปแบบชีวิตใหม่ และอารยธรรมใหม่ ท่องไปอย่างกล้าหาญ สู่ที่ซึ่งไม่มีใครไปมาก่อน” ประโยคนี้ถ้าหากใครเคยได้ยินก็คงต้องรู้ว่ามันเป็นคำพูดหลักในของ Star Trek หนังทีวีซี่รี่ย์ไซไฟอวกาศสุดฮิตในอดีต ที่นอกจากจะมีทีวีซีรี่ย์แล้วยังมีภาพยนตร์ออกฉายอีกหลายตอน ที่ในช่วงหลังซีรี่ย์ Star Trek นี้ก็เสื่อมความนิยมลงไปตามยุคสมัยแต่ก็ยังคงมีแฟนคลับที่ติดตามแบบแฟนพันธ์แท้อยู่จะเห็นได้จากงานการ์ตูนหรืออีเวนท์ต่างๆ ที่จะเห็นกัปตันเคิร์คและสป็อคในงานแบบคอสเพลย์รวมไปถึงซิตคอมต่างๆ อย่าง The Big Bang Theory เป็นต้นซึ่งแค่นี้เราก็รู้แล้วว่าซีรี่ย์ “STAR TREK” ยังมีคนรักและรอวันกลับมาของพวกเขาอยู่

         ภายมาหลายปีนับจากเรื่องราวสุดท้ายอย่าง “STAR TREK: NEMESIS” ออกฉายเมื่อปี 2002 นับรวมก็เป็นเวลา 7 ปีแต่หากนับซีรี่ย์ที่ว่าถึงตัวกัปตันเคิร์กและสป็อคก็ต้องย้อนไปไกลว่าใน “STAR TREK VI: THE UNDISCOVERED COUNTRY” เมื่อปี 1991 ก็เป็นเวลาถึง 17 ปี จนในที่สุดสตูดิโอยักษ์ใหญ่อย่างพาราเมาท์ พิคเจอร์ ก็คิดใหม่ทำใหม่ด้วยการนำ เจเจ อาบรัมส์ ผู้กำกับซีรี่ย์ LOST และ Mission: Impossible III ให้มาเป็นคนคุมหางเสือแฟรนไชส์หนังที่มีแฟนติดตามมากมายจนปี 2009 หนังก็ลงโรงฉายด้วยความคาดหวังของแฟนๆ ที่มีต่อซีรี่ย์นี้…

         ซึ่ง Star Trek ฉบับใหม่นั่นจะว่าด้วยเรื่องของ “อนาคตที่ไม่ไกลจากนี้ยานอวกาศ ยูเอสเอส เคลวิน ถูกจู่โจมจากยานขุดเหมืองของชาวโรมูรันแต่ก็มีชายคนหนึ่ง “ไทบีเรียส เคิร์ก” ที่ช่วยยานได้สำเร็จจากการได้เป็นกัปตันแทนกัปตันคนเก่าที่เสียชีวิตไปถึงแม้ว่าไทบีเรียสจะต้องสละชีพเพื่อปกป้องยาน, ผู้คน, ครอบครัว ก็ตาม วันเวลาผ่านไปหลายสิบปี “เจมส์ เคิร์ก” ลูกชายของไทบีเรียสเติบโตมาและได้เข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของสตาร์ฟลีทซึ่งวันเวลาช่างประจวบเหมาะกับการกลับมาของ “เนโร” กัปตันยานของโรมูรันที่โจมตียานเคลวินในวันที่เจมส์เกิด ซึ่งการโจมตีก็เพื่อตามหามนุษย์ชาววัลแคนนามว่า “สป็อค” นี่คือเรื่องราวที่จะสืบต่อไปในอนาคตอีกหลายสิบปีเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างชายหนุ่มสองคน เจมส์ ที เคิร์ก และ สป็อค และลูกเรือสตาร์ฟลีทแห่งยานอวกาศนามว่า เอนเตอร์ไพรซ์…!!”

star_trek43

         เมื่อถึงวันออกฉาย STAR TREK ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งด้านเสียงชื่นชมและการทำเงิน ซึ่งงานนี้เป็นการรีเม็คที่งดงามที่สุดและงานนี้ต้องขอชื่นชม “เจเจ อาบรัมส์” ผู้กำกับของหนังที่สามารถปลุกชีพหนังไซไฟอวกาศเรื่องนี้ให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง และโลดแล่นอีกครั้ง ด้วยรูปแบบที่หนังมีเรื่องราวที่มีความเป็นมนุษย์มีมุมลึก มุมที่สามารถจับต้องได้ มุมที่เป็นมนุษย์ของตัวละครทั้ง กัปตันเคิร์ก และ สป็อค และสมาชิกของลูกเรือยานเอนเตอร์ไพรซ์ รวมไปถึงตัวละครตัวอื่นๆ ที่อยู่ในเรื่องทั้ง กัปตันไพค์, เนโร ตัวร้ายของเรื่อง และหนังก็ยังเล่นกับคำว่า “วิทยาศาสตร์” ที่หนังนำเสนอที่แม้ว่าอาจจะดูสลับซับซ้อนแต่สามารถเข้าใจได้ในครั้งเดียวถือเป็นความสุดยอดของ เจเจ และ ทีมงาน ที่ทำหนังออกมาได้สนุกมากถึงมากที่สุด

         อย่างที่บอกไปว่าใน STAR TREK ตัวละครของกัปตันเคิร์กและสป็อคนั่นมีมุมที่ลึกอย่างหนังยุคใหม่มี ซึ่งตัวบทภาพยนตร์ก็ส่งเสริมให้ตัวละครสองตัวนี้แสดงเรื่องราวต่างๆ ออกมาได้ดีผ่านเรื่องราวของสองตัวละครตัวนี้ทั้งเคิร์กและสป็อคที่เพอร์เฟกต์และลงตัว อย่างกัปตันเคิร์กก็มีเรื่องราวที่พ่อเสียชีวิตในวันเกิดตามหลอกหลอน และ สป็อค ก็ถูกเหยียดหยามว่าเป็นลูกครึ่งผิดความเป็นวัลแคนและกับการเห็นดาววัลแคนของตัวเองถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งหนังใช้เวลาปูเรื่องราวอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียเวลาของหนังไปโดยเปล่าประโยชน์และเวลาที่เหลือของหนังก็มาเล่นมุมในจิตใจของสองตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงหนังจะมีการใช้ตัวช่วยเพื่อให้หนังดำเนินเรื่องต่อไปได้อย่างตัวละครสป็อคไพรม์ (สป็อคจากอนาคต) แต่ก็ไม่เป็นการต่อยหน้าเพราะอย่างที่เรารู้ว่าเนโรมาจากอนาคตเพื่อตามล่าสป็อคและเพื่อหวังให้วัลแคนถูกทำลายเพียงแค่ปมนิดๆ เท่านั้นหนังก็ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมมากพอแล้วกับการติดตามโดยไม่ต้องสนใจคำว่าโอเวอร์เกินจริงเพราะอย่าลืมว่านี่มันเป็นหนังไซไฟอวกาศในโลกอนาคตน่ะ

         ซึ่งหลังจากการได้เจอสป็อคไพรม์และเห็นเคิร์กและสป็อคเอาอารมณ์ใส่กันไปก่อนเคิร์กถูกส่งออกมาแล้วหลังจากกลับไปที่ยานผ่านคำแนะนำของสป็อคไพรม์หลังจากนั่งหนังก็นำเสนอส่วนที่ทุกคนรอมานานการเห็นเคิร์กและสป็อคปะทะกันผ่านอารมณ์ที่เดือดมากๆ และหลังจากนั่นเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงเคิร์กได้กลายเป็น “กัปตัน เจมส์ ที เคิร์ก!!” และส่วนที่เหลือของหนังคือความสุดยอดของหนังไซไฟแอ็คชั่นอวกาศอย่างแท้จริง!!

        การที่ในเรื่องมีตัวละครอย่าง ดร. โบนส์, อูฮูร่า, เชคอฟ, ฮิคารุ ซูลู, สก็อตตี้ ก็เป็นส่วนที่เติมเต็มหนังให้มีความไหลลื่นมากยิ่งขึ้นโดยไม่ได้ไปติดอยู่กับตัวละครเพียงสองตัวอย่าง เคิร์ก และ สป็อค โดยเห็นได้ว่าตัวละครอื่นๆ ก็มีบทบาทสำคัญในตัวเองและยังแสดงออกได้ถึงการทำงานเป็นทีมได้ดียิ่งขึ้นแถมตัวละครอื่นๆ ยังมีประโยชน์อีกด้วยอย่างคุณซูลูที่นอกจากเป็นขับยานแล้วยังสามารถออกมาสู้ได้ด้วยเป็นการรวมหน้าที่แบบ 2 in 1 ในตัวละครตัวเดียวไม่เพียงแต่คุณซูลูเท่านั้นแต่ตัวละครอื่นๆ ก็เช่นกัน

star_trek27

         Star Trek ปี 2009 จะว่าไปการมีสป็อคไพรม์ก็ถือว่าเป็นส่วนนึงของหนังไซไฟที่มีการนำเรื่องอดีตอนาคตมาเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว (อย่าง Terminator เป็นต้น) ซึ่งตัวคำว่า “วิทยาศาสตร์” ที่หนังเอามาใช้เรื่องการข้ามเวลาจากอนาคตฝั่งหนึ่งต้องใช้เวลาถึง 25 ปีรอคนนึงแต่อีกฝ่ายเพียงไม่กี่วินาที, หรือเรื่องการวอร์พหรือบีมอะไรอย่างนี้ดูคราวแรกอาจงงกันซักหน่อยแต่หากดูดีๆ แล้วทุกเรื่องจะมีการอธิบายอย่างการบีมเป็นต้นที่ตัวสก็อตตี้อธิบายรวดเดียวจบตอนสป็อคไพรม์ถามหรือการวอร์พอันนี้หนังไม่ได้อธิบายไว้แต่เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้ว, ส่วนการข้ามเวลาสป็อคไพรม์อธิบายไว้เรียบร้อย หากใครไม่เข้าใจลองให้หา STAR TREK มาดูอีกรอบงานนี้รับรองเข้าใจแน่นอน

         การที่หนังมีการดำเนินที่รวดเร็วแต่เข้าใจได้ง่ายส่วนนี้เราได้รับรู้มาจากตัวหนังอยู่แล้ว, A New Vision Featurette คือสเปเชียลฟีเจอร์ที่แถมมาคู่กับตัว DVD ของ Star Trek ที่วางจำหน่ายซึ่งตัวหนังแถมหัวข้อนี้ที่มีความยาวประมาณ 19 นาทีมาให้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเรารับรู้ว่าตัวหนังนำเสนอออกมาได้สุดยอดถึงขั้นหากใครจะมารับหน้าที่ต่อต้องเหงื่อตกซึ่งหลังจากได้ดูฟีเจอร์ที่แถมมานี้แล้วยิ่งต้องขอพูดว่านอกจากเหงื่อตกแล้วใครเข้ามาทำหน้าที่ต่อจาก เจเจ นี่คืองานที่ต้องเข่นครกขึ้นภูเขาเพราะเจเจสามารถนำวิสัยทัศน์ที่หลายคนคาดไม่ถึงมาใช้กับ Star Trek ซึ่งวิสัยทัศน์ที่ว่าเปิดเผยไม่ได้แต่ต้องหา DVD หรือ BD มาดูเท่านั้นครับและรับรองงานนี้ STAR TREK จะกลายเป็นหนังที่คุณยื่นยันว่าสุดยอดอย่างแน่นอน

         มุมกล้องของหนังถือว่าหนังถ่ายทอดออกมาได้ดีไม่เพียงเพื่อแค่มุมกล้องเท่านั้นแต่ทีมงานรวมถึงเจเจนำมาใช้ไม่เชื่อว่า “กล้า” มากกับการใช้แสงสะท้อน หรือที่เรียกว่า เลนส์แฟลร์ ให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งตัวละครของหนังได้เพราะเชื่อหรือไม่ว่าทุกเฟรมของหนังเราได้เห็นแสงสะท้อนตลอดเรื่องหรือการใช้มุมกล้องที่ดีแต่ดียังไม่พอมุมกล้องยังสั่นด้วยนั่นยิ่งเพิ่มความสุดยอดเข้าไปอีกขั้นเพราะหนังยิ่งระทึกและสนุกกว่าเดิม ซึ่งเจเจสามารถทำให้หนังไซไฟอดีตเรื่องนี้กับมาเกิดได้คงไม่เป็นเพราะโชคช่วยแน่แต่เป็นฝีมือล้วนๆ ครับงานนี้

         คริส ไพน์ และ แซคควารี่ ควินโต้ ในบท กัปตันเคิร์กและสป็อคตามลำดับนี่คือตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างมากในการมาเป็นสองตัวละครนี้เพราะทั้งคู่เล่นได้ถึงตัวละครสองตัวนี้จริงๆ แถมหน้าตาทั้งคู่ก็เป็นไปดั่งจินตนาการของคนดูโดยเฉพาะควินโต้ที่ต้องบอกว่าเกิดมาเพื่อเป็น สป็อค ของแท้ ไม่เพียงเท่านี้นักแสดงคนอื่นๆ อย่าง คาร์ล เออร์แบน, จอห์น โช, โซอี้ ซัลดาน่า, แอนทอน เยลชิน ก็เล่นดีในบทที่ตัวแสดงโดยเฉพาะ เยลชิน ด้วยสำเนียงรัสเซียขนานแท้และหน้าตาที่เด็กนี่คือตัวละครขโมยซีนของแท้!! และอีกตัวละครที่น่าจดจำก็คงไม่พ้น “เลนนาร์ด นีมอย” ในบทสป็อคไพรม์ แต่ที่ผู้เขียนชอบมากก็คือ ไทเลอร์ เพอร์รี่ หัวหน้าสตาร์ฟลีทแม้จะโผล่อยู่แค่สองฉากแต่ก็น่าจดจำมากกับน้ำเสียงที่นุ่มลึกและมาดที่นิ่งแต่สง่า…

      โดยรวมแล้ว สตาร์ เทรค เป็นหนังที่ครบรสทั้งความบันเทิง ความสนุก อารมณ์ร่วมต่อตัวละคร เอฟเฟกต์ที่อลังการ ฉากแอ็คชั่นกินขาด ไม่เกินไปดังคำว่า “อภิมหาความบันเทิงสำหรับคุณ แม้คุณจะไม่เคยชม สตาร์ เทรค ภาคใดมาก่อน!!” ที่ผู้เขียนเอามาจากหลังปก DVD ของ Star Trek นั่นก็คือไม่มีคำว่าเกินเลยจริงๆ !!…

startrekcrewbanner

ความยาวทั้งหมด 127 นาที
กำเนิดใหม่ “สตาร์ เทรค” ที่สนุกลื่นไหลแบบสุดยอด เอาไปเลย 10/10

กำกับ: เจเจ อาบรัมส์ / เขียนบท: โรแบรโต้ ออร์ซี่, อเล็กซ์ เคิร์ตชแมน / นักแสดง: คริส ไพน์, แซคควารี่ ควินโต้, คาร์ล เออร์แบน, จอห์น โช, โซอี้ ซัลดาน่า, แอนทอน เยลชิน, ไซม่อน เพ็กก์, เอริค บาน่า / กำกับภาพ: แดเนี่ยล มินเดล / ลำดับภาพ: มาเรียนน์ แบรนดอน, แมรี่ โจ มาร์กี้/ ดนตรีประกอบ: ไมเคิล เกียคชิโน่ / 2009 / สหรัฐอเมริกา / 127 นาที / จัดจำหน่าย: พาราเมาท์ พิคเจอร์ / สตูดิโอผู้สร้าง: แบด โรบ็อต, สปายกลาส เอนเตอร์เทนเมนท์

Advertisements