SILENT HILL / เมืองห่าผี

“ไม่รู้นะว่าเกมมันสยองอย่างไร แต่หนังน่ะมันสุดๆ ไปเลยละ”

Silent Hill เป็นเกมของบริษัท Konami บริษัทเดียวกันกับที่สร้างเกมฟุตบอลที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกอย่าง Winning Eleven หรืออีกชื่อก็คือ Pro Evolution Soccer (PES) กลับมาต่อเรื่องราวสำหรับ Silent Hill, Silent Hill เป็นเกมแนว Survivor เอาชีวิตรอดที่พ่วงมาด้วยเรื่องราวความสยองที่สร้างกันมาตั้งแต่ปี 1999 เพื่อลงในแพล็คฟอร์มสุดฮิตในสมัยนั้นอย่าง PlayStation ซึ่ง Silent Hill เป็นเกมที่แฟนเกมแนวสยองขวัญตื่นตกใจชอบกันมากๆ จนดำเนินงานสร้างมาหลายภาคซึ่ง Silent Hill ว่าด้วยเรื่องราวเมืองหนึ่งในอเมริกาที่ถูกทิ้งล้างไว้เป็นปริศนาซึ่งในเมืองมีผลกระทบต่อความเป็นไปในโลกปัจจุบัน (อธิบายมาถึงตรงนี้แล้วอยากจะบอกไว้ซักนิดว่าคนเขียนไม่เคยเล่นเกมนี้เลยซักภาค) ด้วยความฮิตในที่สุด Silent Hill ก็ถูกดัดแปลงเป็นหนังในปี 2006 โดยถูกดัดแปลงโดยสตูดิโอ Davis-Films และถูกดูแลโดย Konami เองเลย

โดยหนังนั้นถูกกำกับโดย คริสตอฟ แกนส์ จาก Brotherhood of the Wolf และถูกเขียนบทโดย โรเจอร์ เอวารี่ มือเขียนจาก Pulp Fiction (แชร์เครดิตร่วมกันกับ เควินติน ทารันติโน่) ซึ่งใน Silent Hill ฉบับภาพยนตร์เป็นเรื่องราวของ “เด็กสาวคนนึงที่มีชื่อว่า ชารอน ที่เวลานอนชอบละเมอเดินออกไปข้างนอกแล้วพูดถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “ไซเลนท์ฮิล” เพื่อคลายความสงสัยแม่ของเธอโรสจึงได้พาเธอออกเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้น “ไซเลนท์ฮิล” แต่หารู้ไม่ว่าสถานที่แห่งหนังเต็มไปความตาย ปีศาจ และปริศนาที่ยังมีอยู่อีกมากมาย การเดินทางครั้งนี้จะพาโชคชะตาและชีวิตของทั้งคู่แม่ลูกเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล”

“หนังอะไรมันน่ากลัวขนาดนี้” อารมณ์แรกของผมเมื่อได้ดูฉากน่ากลัวฉากแรกขึ้นบนจอหนัง ซึ่งตามความเป็นจริงผมดูหนังผีหรือหนังสยองขวัญมาก็หลายเรื่องก็ไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรหรอกครับ แต่กับ Silent Hill ฟีลและอารมณ์รวมไปถึงดนตรีประกอบของหนังที่ใช้มาตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องของหนังกลับทำให้เกิดความกลัวขึ้นมา ทั้งที่ความจริงหนังก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากแต่เพราะดนตรีสกอร์ประกอบและฟีลอารมณ์ของหนังที่ดูมืดมนกลับกลายเป็นว่าทำให้องก์แรกของหนังกลับดีและสุดยอดกลับการใส่ฉากน่ากลัวๆ สยองขวัญเข้ามาได้อย่างดีเยี่ยมในองก์แรก รวมถึงการใส่ดนตรีเข้ามาใช้ได้อย่างดีเยี่ยม แถมบรรดาผีทั้งหลายในหนังก็ไม่ได้โผล่แบบมาให้ตกใจร้องกรี้ดกันเหมือนหนังเรื่องอื่น แต่ในเรื่องนี้โผล่มาให้เห็นแบบเป็นๆ จะๆ ตรงหน้ากันเลย ดังนั้นผมคิดว่าองก์แรกของหนังคือส่วนที่ดีที่ชอบมากที่สุดของหนังครับ

พอหนังเข้าสู่องก์ที่สองหนังก็ไม่ได้ใส่ฉากน่ากลัวลงมามากเหมือนองก์แรกครับแต่ก็ยังคงมีอยู่แต่ในองก์ที่สองหนังเริ่มใส่ปริศนาความลึกลับลงมาให้เราคิดกันแล้วครับว่าทำไมถึงมีปริศนาดำมืดและทำไมถึงมีปีศาจร้ายน่ากลัวอยู่ในเมืองแห่งนี้ ดังนั้นในองก์ที่สองของหนังก็จะอยู่กับแค่การใส่ความลับปริศนาลงมาครับ มีการแนะนำตัวละครตัวอื่นอยู่บ้าง ดังนั้นพอหนังเข้าสู่องก์ที่สาม หนังเข้าสู่การคลี่คลายข้อสงสัยครับแม้ว่าการคลี่คลายปริศนาอาจจะทำออกมาดูงงๆ อยู่บ้างก็ตาม แต่การนำเสนอฉากท้ายๆ นี่เป็นอะไรที่โหดมากครับ ถึงแม้ในที่สุดหนังทิ้งความลับในตอนจบให้ไปคิดกันเองต่อเมื่อดูหนังจบก็ตาม

ทำไมผ่านมาเกือบ 30 ปีตัวละครบ้างตัวไม่แก่ขึ้นเลยนี่คือเรื่องราวที่ดูไม่ค่อยมีคำอธิบายให้แบบกระจ่างชัดครับ อาจจะไม่ได้เป็นปัญหาโลกแตกเท่าไรแต่ก็เป็นแค่ข้อสงสัยเท่านั้นเอง หรืออาจจะเป็นเพราะมิติของไซเลนท์ฮิลและโลกปัจจุบัน, ใน Silent Hill ผมขอคารวะทีมงานเอฟเฟ็กต์และทีมงานทำเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ครับทำออกมาได้ดีมากโดยเฉพาะการทำฉาย CG โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนโลกปัจจุบันให้กลายเป็นไซเลนท์ฮิลที่พอกลายเป็นไซเลนท์ฮิลก็เลือกการเพลงที่ใช้ประกอบได้ดีด้วย โดยรวมแล้วไซเลนท์ฮิลเป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ เห็นหลายคนบอกว่าเป็นหนังที่ดัดแปลงจากเกมส์ได้ดีที่สุดแต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่เคยเล่นเลยซักภาค แต่หากมองในความเป็นตัวหนัง Silent Hill ขึ้นทำเนียบหนังสยองขวัญชั้นเยี่ยมเลยครับ

หนังยาวทั้งหมด 125 นาที
ตื่นเต้นสยองขวัญน่ากลัวขนาดนี้เอาไปเลย 8.5/10

กำกับ: คริสตอฟ แกนส์ / เขียนบท: โรเจอร์ เอวารี่ / นักแสดง: ราห์ด้า มิตเชลล์, ฌอน บีน, ลอร์รี่ โฮลเด้น, โจเดลล์ เฟอร์แลนด์, อลิซ คริจ / กำกับภาพ: แดน เลาท์เซ่น / ลำดับภาพ: เซบาสเตียน ปรานเกเร้ / ดนตรีประกอบ: เจฟฟ์ แดนน่า, อากิระ ยามาโอกะ / 2006 / สหรัฐอเมริกา / 125 นาที / จัดจำหน่าย: ไทรสตาร์ พิคเจอร์ / สตูดิโอผู้สร้าง: เดวิส-ฟิลม์, โคนามิ คอร์ปอเรชั่น

โฆษณา