GREEN LANTERN / กรีน แลนเทิร์น

“ฮีโร่กล้ามใหญ่รูปหล่อ ผู้สามารถสร้างอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองคิด แต่เอ๊ะลืมคิดอะไรหรือเปล่า ลืมคิดถึงความรู้สึกคนดูไง”

ไอ้ที่กล่าวมาข้างบนนั้นมันก็เกินไป หนังมันได้แย่อย่างที่คิดนะครับ ถ้าหากคิดว่าดูเอาสนุกๆ มันก็จบๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก หนังจบก็จบกันไป แต่ถ้าไม่คิดจะดูเอาสนุกและถ้าเป็นเช่นนั้นล่ะอะไรจะเกิดขึ้น, หรือถ้าแฟนคลับ DC COMICS มาดูด้วยความคาดหวังเต็มถังล่ะก็ คำตอบคือ หายนะชัดๆ เลยนะครับ เพราะหนัง… อ่านต่อตอนท้ายได้

GREEN LANTERN (จากนี้ขอเรียกย่อๆ ว่า GL) คือเรื่องราวของหน่วยพิทักษ์อวกาศนามว่า THE GREEN LANTERN CORPS. ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่า การ์เดี้ยนส์ ผู้พิทักษ์แห่งกาแล็คซี่ และ GL ก็มีหน้าที่ปกป้องจักรวาลทั้ง 3,600 เซ๊คเตอร์ โดยเหลา GL จะถูกรับเลือกโดยแหวนสีเขียว และบุคคลที่ถูกรับเลือกนั้นจะต้องปราศจากสิ่งที่เรียกว่า “ความกลัว” แต่ในบรรดาศัตรูทังหมดของบรรดาเหล่า GL มีศัตรูที่ สูบกินสิ่งที่เรียกว่าความกลังเป็นอาหาร นามของมันมี่ชื่อ “พาราแล็กซ์” แต่เหมือนสูตรสำเร็จของหนังฮีโร่คือ พาราแล็กซ์ ได้ถูกจับและจองจำไว้โดย GL ที่เก่งที่สุดและเป็นตำนานชื่อของเขามีนามว่า “อาบิน เซอร์” ที่สามารถจับกุมศัตรูตนนี้ไว้ได้ และจองจำไว้ที่ดาวสาบสูญ “ไรอัต”

แต่แล้วก็เหมือนสูตรสำเร็จของหนังฮีโร่ทั่วไปหรือหนังบล๊อคบัสเตอร์ตลาดๆ คือ พาราแล็กซ์ได้หนีออกมาได้ และได้จัดการกำ อาบิน เซอร์ และเมื่ออาบิน เซอร์ไกล้ที่จะตาย อาบิน เซอร์ ได้หนีมายังดวงดาวที่ใกล้ที่สุดนั้นคือ โลก และเขาได้จัดการให้แหวนเลือกคนที่จะมารับสืบทอดพลังต่อจากเขา และ แหวนได้ทำสิ่งที่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลอดการตั้งหน่วย GL คือการเลือก มนุษย์!! มนุษย์ผู้นั้นมีนามว่า “ฮาล จอร์แดน” นับบินหนุ่มที่ไร้ความรับผิดชอบ และในขณะนั้น ฮาล ได้ทำการทดสอบเครื่องบินของบริษัท เฟอร์ริส แอร์คราฟต์ บริษัทในความดูแลของตระกูล เฟอร์ริส และ สว. แฮมมอนด์ เขาได้ทำสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป นั้นคือการถูกไล่ออก หรือ ลาออก โดย “แครอล เฟอร์รีส” เพื่อนสมัยเด็กและอดีตคนรักของฮาล, ฮาลเป็นคนที่มีความกลัวฝั่งใจมาแต่เด็กจากการที่เห็นพ่อตายต่อหน้า แต่เก็บความกลัวไว้ในใจไม่บอกใคร (ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่หรืองานที่ทำซึ่งจะเปิดเผยความกลัวไม่ได้) และถูกรับเลือกให้มาเป็น GL ที่รับสืบทอดแหวนแห่งความมุ่งมั่นต่อจากนักรบที่เก่งที่สุด!!

และหลังจากที่ฮาลได้รับแหวนไปแล้ว หน่วยงานลับของอเมริกาได้เอาศพของอาบิน เซอร์ไปทดลองหาความลับของมนุษย์ต่างดาวโดย นักวิทยาศาสตร์ยอดฝีมือลูกชายของ สว. แฮมมอนด์ นั้นคือ เฮ็คเตอร์ แฮมมอนด์ เพื่อนในสมัยเด็กของ ฮาล และ แครอล ที่หลงรักแครอลมาแต่เด็ก (อั้ยย่ะ รักสามเศร้า) แต่เกิดความผิดผลาดทำให้ เฮ็คเตอร์ ได้มีเศษเสี้ยวพลังของพาราแล็กซ์ (พลังของพาราแล็กซ์ที่ติดมาตรงแผลของ อาบินเซอร์) ทำให้เฮ็คเตอร์ มีพลังในการอ่านและได้ยินความคิด และในขณะเดียวกัน ฮาลได้ปฏิญาณคำสาบานประจำตัว GL นั้นคือ “ในวันที่สว่างไสว ในคืนที่มืดมิด ความชั่วร้ายมิอาจรอดพ้นสายตาข้า เจ้าทั้งหลายที่บูชาความชั่วช้า จงตระหนักพลังแห่งข้า แสงแห่งกรีน แลนเทิร์น” และได้รับพลังแห่ง GL มาแล้ว และในขณะนั้น แครอล ได้มาหาฮาล แต่ฮาล ได้ชวนเธอไปข้างนอก และคุยถึงความหลังกัน ทำให้ฮาลเดินหนีออกมา แต่ฮาลถูกลอบทั้งร้าย จากเพื่อนร่วมงานที่ฮาลไปสร้างวีรกรรมไว้ ทำให้ฮาลได้ใช้พลัง GL ครั้งแรกนั้นคือ หมัดยักษ์!!

ทำให้ฮาลถูกแสงสีเขียวพาตัวไปยังดาวโออา ที่นี้ฮาลได้สวมชุดของ GL เป็นครั้งแรก!! และที่นี้ฮาลได้รับรู้ประวัติความเป็นมาของการ์เดี้ยนส์ และ GL โดย่านการปลูกฝังลงไปในสมอง และที่นี้ได้ถูกสอนวิธีการบิน โดย “โทมาร์ เลย์” ผู้พิทักษ์แห่งเซ๊คเตอร์ 2813 และได้เห็นแหล่งพลังแห่งความมุ่งมัน แสงที่ล่อเลี้ยงเหล่าหลังของ GL และฮาลได้รับรู้ว่ามหันตภัยร้ายนาม พาราแล็กซ์ จาก “ซีเนสโตร” ผู้นำของ GL, ฮาลได้รับการเรียนรู้วิธีใช้แหวนอย่างจริงๆ จังๆ จาก โทมาร์ เลย์ และได้เรียนรู้วิธีใช้แหวนในการต้อสู้จาก “คิโลว็อก” และได้สู้จริงครั้งแรกกับ ซีเนสโตร ทำให้ฮาลได้รับรู้ว่าตนไม่เหมาะกับการเป็น GL, ซีเนสโตรได้ยกพลบรรดา GL ไปกำจัด พาราแล็กซ์ แต่บรรดา GL ก็ถูกกำจัด ทำให้ ซีเนสโตร ได้ไปคุยกับเหล่า การ์เดียนส์ และได้รับรู้ว่า พาราแล็กซ์ คืออดีตการเดียนส์ที่หวังเอาพลังแห่งความกลัวมาใช้มห้เป็นประโยชน์แต่เกิดความผิดพลาดทำให้เขากลายเป็นพาราแล็กซ์

กลับมาที่โลก เฟอร์ริส แอร์คราฟต์ จัดงานฉลองหลังจากบริษัทได้โครงการเครื่องบินเซเบอร์ของกองทัพ และที่งานนี้เพื่อนตอนเด็กทั้งสามได้มาเจอกันทั้ง เฮ๊คเตอร์, แครอล, ฮาล แต่ด้วยการที่เฮ๊คเตอร์สามารถได้ยินความคิดได้ ซึ่งการที่ได้ยินความคิดจากพ่อของตัวเองนั้น ทำให้เฮ๊คเตอร์ ได้ทำลายเฮลิคอปเตอร์ที่ สว. แฮมมอนด์ จะบินกลับและกลายเป็นว่าทำให้งานพังพินาศ และด้วยเหตุ ฮาล จึงได้กลายเป็น GL และช่วยสว. ไว้ได้ และ ที่สำคัญ ช่วยแครอลที่กำลังจะโดนเวทีทับไว้ได้, หลังจากนั้น ฮาล ในร่าง GL ได้ไปหาแครอล แต่กลายเป็นว่าแครอลรู้ว่า GL คือ ฮาล ทำให้มีการรื้อฟื้นความหลังกันนิดหน่อย และฮาลได้คิดทบทวนถึงการคัดเลือกคนใส่ของแหวน, เวลาเดียวกันเฮ๊คเตอร์ได้กลายร่างเป็นคนที่มีหัวตัวขึ้น และเฮ๊คเตอร์ได้ถูกพาตัวไปยังหน่วยงานลับแต่เฮ๊คเตอร์คิดจะฆ่าพ่อของตัวเองและก็ฆ่าได้สำเร็จ ขณะนั้นเองฮาลได้มาที่หน่วยงานลับและได้ต่อสู้กับเฮ๊คเตอร์และทำให้เฮ๊คเตอร์ได้รู้ว่า GL คือ ฮาล

ฮาลได้โบยบินไปยังโออาเพื่อขอความช่วยเหลือจากเหล่าการ์เดี่ยนส์เพื่อไม่ให้โลกถูกกลื่นกินจากพาราแล็กซ์แต่ถูกปฏิเสธทำให้ฮาลต้องกลับมาที่โลกเพื่อสู้กับเฮ๊คเตอร์และสู้กับพาลาแล็กซ์เพื่อปกป้องโลกของตนไว้ไม่ให้ถูกทำลาย!!…

End Credit เปิดเผย ตัวร้ายภาคหน้า แลนเทิร์นกลุ่มใหม่ สีเหลืองที่ไม่ได้เรียกว่า เยลโล่แลนเทิร์น แต่เรียกว่า ซีเนสโตรคอร์ป!!!!

กรีน แลนเทิร์น ถ้าถามว่าเป็นหนังที่ดีมั้ยและหนังสนุกมั้ย คำตอบคือหนังที่ดูสนุกพอใช้ครับ แต่กับการดำเนินเรื่อง ขอบอกว่าอาการทรงกับทรุดครับ การเล่าเรื่องในช่วงต้นถือว่าเล่าเรื่องและดำเนินเรื่องที่ใช้ได้และไหลลื่น แต่เมื่อเข้าสูช่วงหลัง (แต่จริงๆ เริ่มตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว) หนังเล่าเรื่องได้จืดชืดมาก พยายามจะดำเนินเรื่องให้ไหลลื่น แต่หนังไม่สามารถไหลลื่นไปได้ และไม่สามารถเดินหน้าไปได้เท่าที่ควร แถมตัวหนังไม่สามารถหาเหตุผลที่จะมารองรับการกระทำของตัวละครได้มากพอครับ มีเหตุผลที่ดูลอยๆ ไม่เจาะจงลงไปได้เลย ยกเว้นการกระทำของเหล่า GL เท่านั้นที่พอรองรับได้ (แต่ก็ไม่มาก) แต่การกระทำของตัวละครอย่างเฮ็คเตอร์ แฮมมอนด์ ที่ไม่รู้ว่าไปมีความเคียดแค้นอะไรกับ ฮาลมากนัก นอกจากการหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน นอกนั้นหนังไม่มีส่วนบอกเล่าในส่วนตรงนั้น แถมหนังดันใส่ปัญหาของพ่อของเฮ็คเตอร์เข้ามาด้วยและก็เหมือนเดิมครับที่หนังไม่มีส่วนรองรับในช่วงต้นทำให้ช่วงหลังของหนังเคว้งคว้างเหมือนอยู่ในอวกาศตามธีมหลักของเรื่องในทันที ซึ่งก็ดราม่าที่พยายามจะดราม่าให้ได้แต่หนังไปไม่ถึงและไม่มีความสมเหตุสมผลครับ แถมหนังยังใส่อะไรหลายอย่างที่ไม่น่าจดจำขึ้นมาอีกหลายอย่างครับ

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาจะดูได้จาก

• มิติ อารมณ์ตัวละคร ที่ไม่น่าสนใจ

กรีน แลนเทิร์น มีตัวละครที่มีปัญหาในตัวเองอยู่มากมายแต่หนังกลับไม่สามารถนำปัญหาต่างๆ ของตัวละครมาขยายความและเล่าได้ หรือจะบอกไว้อย่างง่ายๆ ว่าเป็นหนังที่ไม่มีมิติ อะไรเลย และอารมณ์ที่มีต่อหนังของตัวละคร ก็ไม่น่าสนใจอีกต่างหาก นอกจากตัวละครอย่าง

“เฮ๊คเตอร์ แฮมมอนด์” ที่มีศักยภาพเพียงพอต่อการมีมิติที่น่าสนใจ แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วครับว่าหนังไปไม่ถึงจุดตรงนั้นได้ และไม่สามารถหาเหตุผลที่จะมารองรับการกระทำของตัวละครได้ พอหนังจะต้องหามิติของตัวละครที่นำมาเล่นให้น่าสนใจ หนังกลับกลายเป็นว่าหนังเลือกที่จะเล่าเรื่องไปเพียงพื้นๆ พอผ่านไปได้โดยไม่สนใจจะเจาะลงลึกไปในมิติของตัวละคร และไม่ได้จะเป็นแค่ตัวละครของเฮ๊คเตอร์ แฮมมอนด์ เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าหนังเลือกที่จะไม่เจาะจงลงไปในมิติอารมณ์ของตัวละครซักตัวเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าหนังนำเสนอในมุมมืดของ เฮ๊คเตอร์ ลงไปอีกซักนิด และ ซักหน่อย นำเสนอในมุมมองของความโรคจิตของเฮ๊คเตอร์มากกว่านี้ หนังจะดูดีขึ้นมากกว่านี้ หรือ

ไม่ว่าจะเป็นตัวละครของ “ฮาล จอร์แดน” ตัวนำหลักของเรื่องที่หนังไม่ได้บอกเล่าและนำเสนอในส่วนของความกลัวในจิตใจของฮาล จอร์แดน ออกมาได้อย่างที่ควร มีเพียงภาพของเครื่องบินของพ่อตกเท่านั้นก็ตาม และพ่อตายต่อหน้า แต่ก็เป็นเพียงภาพลอยๆ ที่ไม่สามารถนำมาเป็นจุดที่นำมาซึ่งความกลัวในจิตใจของ ฮาลได้เพียงพอ หนำซ้ำฮาลยังไม่มี มุมที่น่าสนใจอีกต่างหาก มุกตลกของฮาลก็ดูมาผิดเวลาเหลือเกินครับ และหนังยังหาตัวทางออกง่ายๆ ให้กับหยังอีก เช่น ฮาลก็สามารถฉลาดขึ้นมาได้เฉยๆ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าหนังฮาลไปฝึกพลังต่างๆ นี้มาในตอนใหนของหนัง บางอย่างยังไม่มีความสมเหตุสมผลด้วยครับ อย่างเช่น อยากจะเก่งก็เก่งขึ้นมาซะงั้น?

เมื่อนำตัวละครหลักสองตัวมารวมกันแล้วหนังกลายเป็นว่าหนังไม่มีส่วนที่จะนำเสนอได้อย่างดีเลย ถึงแม้ว่าหนังจะสามารถเจาะจงลงลึกไปในส่วนมิติของตัวละครได้ และแม้ว่าจะมีเรื่องที่สามารถเล่าได้เยอะก็ตามแต่ แต่หนังเลือกที่จะไม่นำเสนอในส่วนตรงนั้นครับ และกลับกลายเป็นว่าหนังยังดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา แถมยังดูเกินๆ ไปด้วย อาจจะรวมไปถึงตัวละครอย่าง ซีเนสโตรด้วย ที่ไม่มีส่วนสำคัญต่อหนังมากนัก เมื่อเทียบกับความสำคัญที่เป็นถึงผู้นำของ กรีน แลนเทิร์น ที่ดูจะเป็นตัวประกอบกลายๆ แต่ยังโชคดีที่ได้โผล่มาสอนฮาลอยู่นิดหน่อย ครับ

• ดราม่าความกลัวที่ธรรมดา

เข้าใจครับว่าหนังใช้ประเด็นหลักคือการเล่นกับ “ความกลัวของมนุษย์” แต่ก็นั้นละครับที่หนังไม่สามารถนำมาใช้ให้ดีเท่าที่ควร เพราะหนังไม่สามารถขยายความคำว่า “ความกลัว” ให้ดีเท่าที่ควร ซึ่งคนที่จะต้องมานำเสนอความกกลัวของหนังคือ กรีนแลนเทิร์น ของเรา ฮาล จอร์แดน นั้นเอง แต่ว่า หนังไม่มีอะไรที่จะมาขยายความให้กับความกลัวของ พ่อฮาล จอร์แดน ของเราได้นั้นเอง ถึงอย่างที่บอกไปแล้วว่ามีเพียง “ภาพเครื่องบินของพ่อตกและตายต่อหน้าเท่านั้น”

หนังก็ยังไม่มีจุดซึ่งจะนำมาซึ่งความกลัวอันใหญ่หลวงของฮาลได้ จะพาราแล็กซ์บุกโลกเหรอ “ไม่ใช่” กลัวพลังที่ได้รับเหรอ “ไม่ใช่” แล้วอะไรละมี่จะให้กลัวได้ ไม่มีเลยทั้งเรื่อง!! แถมอีกครับว่า คนที่จะได้เป็น GL จะต้องมีความมุ่งมั่น และจะต้องปราศจากสิ้นกับความกลัว ซึ่งดูจนจบเรื่องแล้ว ที่ทำให้รู้ว่าทำไมแหวนถึงเลือกฮาล จอร์แดน นั้นก็คือ “การเอาชนะความกลัวด้วยความกล้าที่กล้าสู้ต่อความกลัว” ซึ่งก็ไม่เข้าใจอยู่ดีครับว่าเลือกได้ยังไง

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะยังไม่ดีพอ แต่เดี่ยวก่อนถ้าท่านได้มีโอกาศดูกรีน แลนเทิร์น ฉบับ Extended Cut แล้วละก็ ความคิดแย่ๆ ที่มีต่อหนังอาจจะเบาบางลงก็เป็นได้ เพราะฉบับ Extended ได้เพิ่มฉากย้อนอดีตในตอนต้นเรื่อง ซึ่งจะนำไปขยายความของตัวละครหลักหลายตัวได้เลยทีเดียว และการใส่ฉาก Flashback ลงไปในฉบับนี้ก็ยังทำให้ปัญหาที่เกี่ยวกับการกลัวของฮาล ชัดเจนยิ่งขึ้นมานิดหน่อยครับ แต่ก็ไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงความคิดคนดูมากหรอกครับแค่เพิ่มความเข้าใจปูมหลังมากขึ้นเท่านั้น

องค์ประกอบที่สำคัญมากต่อหนังก็คือเอฟเฟกต์และฉากต่าง และกรีน แลนเทิร์น ก็ทำออกมาได้…

• ภาพสีเขียว ฉากสีเขียว อะไรก็สีเขียว – -”
สีหลักของ GL คือสีเขียว เลยกลายเป็นว่าสีหลักของเรื่องก้คือ สีเขียว ซึ่งดูได้จากฉากต่างๆ ของหนังที่จะมีสีเขียว ไม่ว่าจะเป็น กำแพงที่มีแสงสีเขียว บาร์ที่มีแสงสีเขียว ลานจอดรถสีเขียว ห้องที่มีสีเขียว (ขนาดตัวอักษรยังสีเขียว) ซึ่งทั้งเรื่องจะเน้นสีเขียวทั้งหมดทั้งเรื่องเลย รวมไปถึง บรรดา GL สีเขียว ซึ่งอาจทำให้คนดูเกลียดสีเขียวกันเลยทีเดียว ซึ่งยังโชคดีหน่อยที่มีสีเหลืองมาตัดอยู่หน่อยในฉากของเฮ๊คเตอร์ หรือ พาราแล็กซ์

• แอ๊คชั้นธรรมดา
แอ๊คชั่นของ กรีน แลนเทิร์น ต้องขอบอกไว้เลยว่า ซีจีเอ็ฟเฟกต์ในหนังทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากทั้งที่ดาวโออา หรือ การใช้ซีจีตอน กรีน แลนเทิร์น สร้างจินตนาการตอนจะใช้อาวุธที่ทำออกมาได้อลังการและดูสุดยอดมาก แต่กลับกลายเป็นว่าสวนทางกับฉากแอ๊คชั่นของหนังเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะเปิดประเด็นความน่ากลัวของพาราแลกซ์มาตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ในที่สุดพาราแร็กซ์ ก็ตายด้วยฉากต่อสู้กลางเมืองและในอวกาศในเวลาเพียง 5 นาที!! ไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างมากในการปูความเมพของพาราแล็กซ์เลย

โดยรวมแล้วแม้ว่าเนือเรื่องการนำเสนอจะแย่ซักเพียงใด แต่กรีน แลนเทิร์น มีส่วนที่ดีอยู่บ้างก็คือ CG และเอฟเฟกต์ แต่ก็ตกม้าตายตอนต้องต่อสู้จริงของกรีน แลนเทิร์นอยู่ดี ส่วนต่อจากนี้คือส่วนที่จะพูดถึงบรรดานักแสดงและผู้กำกับของเรื่อง..

• นักแสดง
– ฮาล จอร์แดน / กรีน แลนเทิร์นได้นักแสดงหนุ่มมากฝีมืออย่าง “ไรอัน เรย์โนลด์” ที่เคยรับบทฮีโร่-ตัวร้าย (เด๊ดพูล จาก X-Men Origins: Wolverine ที่กำลังจะมีภาคแยกในเร็วๆ วันนี้) มาแล้ว ซึ่งใน GL การแสดงก็ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม แต่ที่ดูเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมคือ “หล่อทะลุกล้าม”

– เฮ๊คเตอร์ แฮมมอนด์ นักวิทยาศาตร์ที่ได้รับพลังของพาราแล็กซ์ ที่รับบทโดย ปีเตอร์ ซาร์การ์ด นั้น ซาร์การ์ด แสดงได้อย่างดีครับ เล่นเป็นคนจิตๆ ได้ดีเอามากๆ ถึงแม้ว่าบทของตัวละครจะไม่สามารถส่งให้ไปไกลกว่านี้ได้ แต่ซาร์การ์ดสามารถเล่นได้อย่างสมบูรณ์ในบทที่มีครับ

– แครอล เฟอรืริส นางเอกในดวงใจของฮาล ที่รับบทโดย เบลค ไลฟ์ลี่ ถึงแม้ในหนังเธอจะไม่ได้โดดเด่นมากในหนัง แต่การขึ้นจอของเธอ แค่ดูก็คุ้มแล้วครับ

– ซีเนสโตร รับบทโดย มาร์ค สตรองค์ ถือว่าเอาจริงๆ ซี้นสโตรภาคนี้เป็นตัวประกอบ มากๆ เลยนะครับ แต่แม้จะโผล่เพียงสั่นๆ ป๋ามาร์ค แสดงได้โอเคมากๆ ครับ

• เสียงพากย์ไทย
– ในฉบับพากย์ไทยขอแนะนำว่าอย่าดูพากย์ไทยเลยครับ ตอนผมดูนี่อึดอัดมากเลยครับ

• ผู้กำกับ
– กรีน แลนเทิร์น ได้ มาร์ติน แคมเบลล์ (GoldenEye, Casino Royale) มากำกับซึ่งแคมเบลล์กำกับออกมาได้ดีพอตัว แต่ที่ทำให้หนังเป็นอย่างนี้สงสัยต้องไปถามคนเขียนบทเลยครับ แคมเบลล์ ใช้เทคนิคการกำกับออกมาได้ดี มากๆ ทั้งฉากในอวกาศหหรือดาวโออาครับ แต่อย่างที่บอกตกมาตายตอนฉากแอ๊คชั่นครับ

ในวันที่สว่างไสว ในคืนที่มืดมิด ความชั่วร้ายมิอาจรอดพ้นสายตาข้า เจ้าทั้งหลายที่บูชาความชั่วช้า จงตระหนักพลังแห่งข้า แสงแห่งกรีน แลนเทิร์น

กรีน แลนเทิร์น เป็นหนังทีมีองค์ประกอบในการนำเสนอดีทั้งหมด แต่ไม่สามรถนำเสนอได้ดีเท่าควร และยังขาดๆ เกินๆ อยู่เยอะ เพราะงั้นกรีน แลนเทิร์นถือว่าเป็นกำเนิดฮีโร่ธรรมดาเรื่องนึงที่ไม่โดดเด่นหรือน่าจดจำเท่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ฉายในปี 2011 อย่าง Thor, Captain America: The First Avenger หรือ X-Men: First Class ที่มาจาก Marvel ทั้งหมด แต่หากดูพอเพียงผิวเพินหนังก็จัดเป็นหนังที่ดูสนุกพอฆ่าเวลาได้อย่างดีเลยครับแต่ก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำนัก

ความยาวทั้งหมด 114 นาที (Extended เพิ่มอีก 9 นาที)
อึดๆ อย่างนี้เอาไป 6/10

กำกับ: มาร์ติน แคมเบลล์ / เขียนบท: เกร็ก เบอร์ลานติ, ไมเคิล กรีน, มาร์ค กุกเก้นไฮม์, ไมเคิล โกลเด้นเบิร์ก / นักแสดง: ไรอัน เรย์โนลด์, เบลค ไลฟ์ลี่, ปีเตอร์ ซาร์การ์ด, มาร์ค สตรองค์, ทิม ร๊อบบินส์ / กำกับภาพ: ดีออน บี้บ / ลำดับภาพ: สจวร์ต เบียรด์ / ดนตรีประกอบ: เจมส์ นิวตัน โฮเวิร์ด / 2011 / สหรัฐอเมริกา / 114 นาที / จัดจำหน่าย: วอร์เนอร์ บราเดอร์ พีคเจอร์ / สตูดิโอผู้สร้าง: ดีซี เอนเตอร์เทนเมนท์

โฆษณา