Image

SUPER 8 / มหาวิบัติลับสะเทือนโลก ซูเปอร์ 8

“ครึ่งแรกทำได้น่าตื่นตาตื่นใจมากแบบ CLOVERFIELD ครึ่งหลังกลายเป็นซาบซึ้งใจแบบ E.T. , Steven Spielberg + J.J. Abrams = ต้องดูสถานเดียว”

SUPER 8 คืออะไร SUPER 8 คือกล้องที่ไว้ถ่ายหนัง แต่ส่วนมากจะใช้ถ่ายเป็นหนังสั่นที่เด็กทำ โดยขนาดภาพจะออกมาเป็น 8 ม.ม. และผู้กำกับดังๆ ในปัจจุบันตอนเด็กก็ใช้กล้อง SUPER 8 กันทั้งนั้น เอาง่ายๆ เลยคือ Steven Spielberg กับ J.J. Abrams ที่ใช้กล้อง SUPER 8 ถ่ายทำหนังตอนเด็กและพัฒนาการจนมาเป็นยอดผู้กำกับในปัจจุบัน ซึ่ง เหมือนทั้งคู่เอาความรักที่มีต่อกล้องแบบนี้มาส่งผ่านความรักของตัวเองสู่รูปแบบภาพยนตร์ที่จะเข้าถึงคนได้ง่ายใน “SUPER 8” โดยเพิ่มเติมเนื้อเรื่องให้กลายเป็นหนัง Sci-Fi ลงไป

SUPER 8 คือเรื่องราวของ “โจ แลมป์” เด็กน้อยที่มีเพื่อนที่กำลังร่วมตัวถ่ายทำหนังสั่นส่งประกวดด้วยกล้อง Super 8 แต่ก่อนหน้านั้นนิดหน่อย โจ ได้เสียคุณแม่ที่เป็นที่รัก แม่ที่เข้าใจเขามากที่สุด จากอุบัติเหตุระหว่างทำงาน ทำให้ พ่อของโจที่เป็นปลัดอำเภอ “แจ๊คสัน แลมป์” ต้องมาดูแลลูก ทั้งที่ตนไม่เคยดูแลลูกมาก่อน, ซึ่งโจก็ยังนัดกับเพื่อนถ่ายทำหนังเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา เมื่อมีเด็กสาวคนนึงมาร่วมถ่ายทำ ด้วยนั้นคือ “อลิซ เดนนาร์ด” ซึ่งเป็นสาวที่โจแอบชอบ ซึ่งโจและเพื่อนๆ ได้นัดไปถ่ายทำหนังกันที่สถานีรถไฟ แต่การไปถ่ายทำกันในวันนั้นจะ เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของทุกคนอย่างคาดไม่ถึง, นั้นคือการที่มีรถไฟที่ขนของมาจาก Area 51 ได้ชนเข้ากับรถกระบะทำให้เกิดการระเบิดและทำให้สิ่งที่อยู่ในตู้ที่รถไฟขนมาได้หนีออกไป และกล้องของเด็กๆ ได้ถ่ายสิ่งที่หนีออกไปจากรถไฟได้ ทำให้เด็กๆ ต้องเจอกับอะไรหลายสิ่งที่จะตามมา
ในชีวิต…

ความสุดยอดของ SUPER 8 คือการที่ตั้งแต่ตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาได้เก็บความลับของตัวเอเลี่ยนไว้ทำให้เกิดอาการอยากรู้และอยากดูมากแต่ ผมก็ไม่ได้ดูหรอกครับตอนหนังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เพราะหนังเข้าฉายในช่วงที่ผมกำลังยุ่งครับเลยไม่ได้ดู แต่พอ DVD ออกมาผมก็เลยไป ซื้อมาดูและหนังก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ หนังอิ่มเอมในหัวใจเรื่องราวปัญหาระหว่างพ่อลูก, โจกับเอเลี่ยน และตื่นเต้นลุ้นตลอดเวลาว่าเอเลี่ยนจะออก มาเมื่อไรและจอรอดหรือไม่ ทุกอย่างนี้มีอยู่ใน SUPER 8 ครับ หนังสามารถเล่าเรื่องควบคู่ไปกันได้ทั้ง อารมณ์ตื้นเต้น และ อารมณ์ซาบซึ้งใจ ไหล ลื่นไปในตัวหนังที่ยาว 112 นาทีอย่างสุดๆ ครับ

ปัญหาพ่อลูกที่ขาดความอบอุ่นซึ่งกันและกันเนี่ยคือจุดสำคัญหลักของเรื่องครับ แม้ว่าตัวหนังจะเล่าเรื่องการถ่ายทำหนังของกลุ่มเด็กๆ ตลอดเวลา แต่ตัวหนังก็มักจะวนกลับมาที่พ่อของโจตลอดเวลาครับ และกลายเป็นจุดที่น่าสนใจมากกว่าตัวเอเลี่ยนอีก พ่อที่ไม่มีเวลาให้ลูกแต่สนใจงานมากกว่าและตัวหนังก็ยังใส่ปัญหาของโจมาตั้งแต่ต้นเรื่องที่แม่ของโจเสียชีวิต หนังยังใส่ตัวละครเข้ามาเพิ่มอีกอย่างอลิซและพ่อของอลิซ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ
การตายของแม่โจ ซึ่งหนังก็ยังใส่ปัญหาเพื่มเติมเกี่ยวกับพ่อลูกคู่นี้ลงไปอีก ทำให้หนังมีจุดสนใจเพื่มขึ้นมาอีกครับ หนังก็เลยเล่าปัญหาของตัวละครพวกนี้ไป ผ่านตัวหนัง ผ่านไปจนตัวหนังวนเรื่องราวของตัวละคร 4 ตัวนี้มาบรรจบที่จุดๆ หนึ่งและเคลียร์ปัญหาได้อย่างไม่มีปัญหาค้างคาใจของตัวละครและปัญหาคาใจของคนดูตลอดการชมด้วยครับ แม้ว่าช่วงแรกของหนังดูจะน่าเบื่อไปซักนิดก็ตามครับแต่เมื่อหนังสามารถตั้งหลักได้คราวนี้ก็สุดๆครับ สนุกมากๆ ถ้าหากเราเข้าใจตัวหนังนะครับว่าต้องการจะสื่ออะไร

ดูเหมือน SUPER 8 อาจจะดำเนินเรื่องผ่านเอเลี่ยนแต่หนังไม่ได้สนใจเอเลี่ยนมากนัก (เราจะไม่ได้เห็นเอเลี่ยนเต็มๆ จนกว่าจะฉากท้ายเรื่อง) เพราะตัวดำเนินเรื่องของหนังที่แท้จริงคือกลุ่มเด็กๆ (โดยไม่เกี่ยวกับปัญหาของตัวละคร 4 ตัวที่กล่าวถึงในข้างบน) มีความตลกและน่ารักของกลุ่มเด็กครับ มีตัวละครที่คอยแย่งซีนและขัดคอกันตลอดแต่พอถึงต้องวัดใจกันในเรื่องมิตรภาพของเพื่อน พวกเพื่อนๆ พร้อมที่จะทำในสิ่งที่วัดค่าของมิตรภาพของจริงหนังใส่จุดนี้ลงไปครับ และตัวหนังอาจจะทำให้เรานึกถึง E.T. ได้เมื่อถึงช่วงท้ายๆ เรื่องมิตรภาพระหว่างคนและเอเลี่ยน นั้นก็คือ โจกับเอเลี่ยน เหมือนกับมิตรภาพของเอลเลียตกับอีที ที่ทำให้อิ่มเอมใจไปกับมิตรภาพต่างเผ่าพันธ์ครับ, กลุ่มตัวละครเด็กกลุ่มนี้ผมเชื่อเลยว่าในอนาคตจะต้องมีซัก คนสองคนที่จะไปเป็นยอดดาราในอนาคตแน่นอนครับโดยเฉพาะพระเอกของดราและนางเอกของเราอย่าง โจเอง คอร์ทนี่ และ แอล แฟนนิ่ง อนาคตน่าจะต้องจับตาเป็นพิเศษครั

SUPER 8 มีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ยกระดับหนังมากขึ้นครับ เช่น เอฟเฟกต์และเสียงประกอบที่มันโว้ว เนียนครับอย่างฉากที่รถไฟระเบิดนี่โชว์ความสุดยอดของ Effect อย่างเห็นได้ฉัดและเมื่อรวมกับเสียงประกอบนี่ก็กระหึ่มมากๆ ถ้าวัดกับการเปิดแค่ลำโพง 2 ข้างหน้าคอมพิวเตอร์ เอาแค่ฉากนั้นก็บอกง่ายๆ ว่าต้องยกนิ้วโป่ง 2 นี้วให้เลย และการใช้เพลงสกอร์ประกอบหนังนี้ก็ดีนะครับเอาแค่เพลงประกอบในช่วงต้นเรื่องที่ชื่อเพลงว่า Super 8 นี่ก็ดูให้
ความอบอุ่นและทรงพลังมากไปพร้อมกันครับ, J.J. Abrams กระโดดจากการกำกับ Star Trek แวะมากำกับ Super 8 ก่อนที่จะกระโดดไปกำกับ Star Trek 2 ในอีกไม่ช้าและ Super 8 ก็ยังได้ “พ่อมดแห่งวงการฮอลลีวูด” สตีเว่น สปีลเบิร์ก มาเป็นผู้อำนวยการสร้างของหนังด้วย J.J. สามารถกำกับหนังออกมาให้ตูมต้ามตามสไตล์ของตัวเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเองหนังก็ดูจะไม่ใส่องค์ประกอบอะไรที่จะเอื้ออำนวยให้กลายเป็นผลงานก่อนหน้าอย่าง Cloverfield หรือ Star Trek ได้ แต่สไตล์ของเจเจก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ สิ่งเล็กๆ ที่ว่าแสงวูบวาบมาหรือเรียกว่าเลนส์แฟลร์ มีแย่งตาตลอดเวลาจริงๆครับ, เจเจ อับรามส์ สามารถที่จะสื่อสิ่งที่ตนเองอยากจะบอกได้อย่างเฉียบขาดครับ เพราะใจความสำคัญของหนังมีอยู่ 3 หนังที่จะสื่อให้กับคนดูครับ นั้นคือความสัมพันธ์ของครอบครัว มิตรภาพระหว่างเพื่อน และความรักที่มีต่อภาพยนตร์ครับ

สรุป
SUPER 8 รู้จุดเด่นที่ตัวเองมีนั้นคือการเล่นประเด็นปัญหาครอบครัวโดยใส่จุดเด่นอีกอย่างของหนังลงไปคือการถ่ายทำหนังส่งประกวดของพวกเด็กๆผ่านเรื่องราววินาศสันตะไรตามสไตล์ เจเจ ลงไปนั้นคือเอเลี่ยน และหากเราเข้าใจสิ่งที่ เจเจ และ สปีลเบิร์กต้องการจะสื่อ รับรองเลยว่า SUPER 8 คือหนังที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่งที่มีเด็กๆ เป็นตัวละครหลัก เทียบเท่ากับ E.T.

หนังยาวทั้งหมด 112 นาที
ตื้นเต้นและอบอุ่นเอาไป 8.5/10

Advertisements